วันที่นำเข้าข้อมูล 5 มิ.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 มิ.ย. 2569
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เผยแพร่เอกสารแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนภาคการขนส่งและการท่องเที่ยวของอียู(Commission Guidance for the EU transport and tourism sector amid Middle East crisis) เพื่อกำหนดแนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลางต่อภาคขนส่งและการท่องเที่ยวของอียู รวมถึงลดความเสี่ยงด้านการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยาน โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความต่อเนื่องของการเดินทางและการเชื่อมต่อด้านคมนาคม โดยเฉพาะภาคการบิน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและผลกระทบที่เกี่ยวข้อง
จากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อภาคการบินระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นศูนย์กลางสำคัญของเส้นทางการบินระหว่างประเทศและห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนความกังวลด้านความมั่นคงของการจัดหาเชื้อเพลิงอากาศยาน ทั้งนี้ ในช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา กลุ่มสายการบินในยุโรป Airlines for Europe (A4E) ซึ่งเป็นตัวแทนสายการบินรายใหญ่ของยุโรป อาทิ Lufthansa, Air France-KLM และ easyJet ได้เรียกร้องให้อียูพิจารณากำหนดมาตรการรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น (1) ให้มีการเฝ้าระวังปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานในอียู (2) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการจัดหาเชื้อเพลิง (3) พิจารณาระงับการบังคับใช้ระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของอียูสำหรับภาคการบินเป็นการชั่วคราว และ (4) ทบทวนการยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องบางประเภท เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบินและรักษาความต่อเนื่องของระบบขนส่งทางอากาศ
มาตรการของอียูเพื่อรองรับผลกระทบที่เกิดขึ้น
เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกแนวปฏิบัติเพื่อสนับสนุนภาคการขนส่งและการท่องเที่ยวของอียูในการรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลาง (Commission Guidance for the EU transport and tourism sector amid Middle East crisis) ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผน AccelerateEU ที่คณะกรรมาธิการฯ นำเสนอเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ข้างต้น โดยเฉพาะผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยแนวทางดังกล่าวได้ชี้แจงกรอบกฎหมายของอียูที่มีอยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับ (1) สิทธิผู้โดยสาร (2) ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (3) ภาระหน้าที่ด้านการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน และ (4) การจัดสรร airport slots ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1) สิทธิผู้โดยสาร: ผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย อาทิ สิทธิได้รับเงินคืน การเปลี่ยนเส้นทางเดินทาง การช่วยเหลือ ณ ท่าอากาศยาน และค่าชดเชยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
2) ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง: ตามกฎหมายอียูได้กำหนดให้สายการบินต้องแสดงราคาค่าโดยสารสุทธิสุดท้ายก่อนการซื้อ-ขายเที่ยวบิน จึงไม่สามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงเพิ่มเติมย้อนหลังได้ (fuel surcharge)
3) ภาระหน้าที่ด้านการเติมเชื้อเพลิงอากาศยาน: สายการบินอาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดการเติมเชื้อเพลิงจากต้นทางในอียูไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในเที่ยวบินไป-กลับตามกฎหมาย ReFuelEU Aviation หากมีความจำเป็นที่ต้องบรรทุกเชื้อเพลิงเพิ่มเติมจากท่าอากาศยานต้นทางนอกอียู เนื่องจากท่าอากาศยานปลายทางภายในอียูมีเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ
4) การจัดสรร airport slots: สายการบินอาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดการใช้สล็อตสำหรับการขึ้น-ลงอากาศยานตามปกติ ในกรณีที่ประสบปัญหาด้านการจัดหาเชื้อเพลิง โดยภายใต้หลัก justified non-utilisation ตามกฎระเบียบว่าด้วยการจัดสรรสล็อตของสนามบินภายในประชาคมยุโรป สายการบินจะไม่ถูกกำหนดโทษในกรณีไม่สามารถใช้สล็อตที่ได้รับจัดสรรไว้ได้
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังได้กำหนดกรอบความช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นการชั่วคราว เพื่อสนับสนุนการขนส่งรูปแบบอื่น ได้แก่ การขนส่งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ำภายในประเทศ (inland waterways) และทางทะเล ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะจากต้นทุนน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น โดยมีมาตรการให้รัฐสมาชิกสามารถให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตได้ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการขนส่งทุกประเภทอย่างใกล้ชิดต่อไป รวมถึงผ่านการประสานงานกับหน่วยประสานงานด้านการขนส่งแห่งชาติ (National Transport Contact Points) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้แผน Transport Contingency
-
อ้างอิง:
https://www.lexology.com/library/detail.aspx?g=f75e31e9-edea-44ad-ab31-9011300dc962
รูปภาพประกอบ