สมาชิกสภายุโรป (MEP) เสนอใช้หลัก “ภาระการพิสูจน์แบบย้อนกลับ” ภายใต้ CBAM สำหรับประเทศผู้ส่งออกที่มีความเสี่ยงสูง
วันที่นำเข้าข้อมูล 14 ส.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 14 ส.ค. 2569
นาย Pascal Canfin สมาชิกสภายุโรป (MEPs) จากกลุ่ม Renew Europe ได้เสนอให้ปรับใช้หลัก “ภาระการพิสูจน์แบบย้อนกลับ” (reversal of the burden of proof) กับประเทศผู้ส่งออกที่มีความเสี่ยงสูงด้านความน่าเชื่อถือของการรายงานข้อมูล (high-risk exporting countries) ในการพิจารณาข้อเสนอร่างกฎหมายขยายขอบเขตกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM)
การคำนวณค่าการปล่อยคาร์บอนของสินค้าภายใต้มาตรการ CBAM
ภายใต้มาตรการ CBAM การคำนวณปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้า (embedded emissions) จะอ้างอิงจาก “ค่าการปล่อยคาร์บอนที่เกิดขึ้นจริง” (Actual Values) ทั้งการปล่อยทางตรง (direct emissions) และการปล่อยทางอ้อม (indirect emissions) จากกระบวนการผลิต
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีที่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าไม่สามารถรายงานปริมาณการปล่อยคาร์บอนของสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบที่ได้รับใบอนุญาตจากอียูได้ จะต้องใช้ “ค่ากลางการปล่อยคาร์บอน” (Default Value) ของสินค้านั้นที่กำหนดโดยอียูสำหรับประเทศที่ผลิตแทน โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยของการปล่อยคาร์บอนของผู้ผลิตสินค้าประเภทเดียวกันในประเทศดังกล่าว
ภาระการพิสูจน์แบบย้อนกลับสำหรับประเทศผู้ส่งออกที่มีความเสี่ยงสูง
ข้อเสนอของนาย Pascal Canfin เสนอให้ปรับหลักการดังกล่าวสำหรับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศซึ่งถูกประเมินว่ามีความน่าเชื่อถือในการรายงานข้อมูลในระดับต่ำ โดยสินค้าดังกล่าวจะถูกกำหนดให้ใช้ “ค่ากลางการปล่อยคาร์บอน” ที่อ้างอิงจากสถานประกอบการที่มีระดับการปล่อยคาร์บอนสูงสุด แทนการใช้ “ค่าการปล่อยคาร์บอนที่เกิดขึ้นจริง” เป็นค่าเริ่มต้น ดังนั้น ผู้ส่งออกจะต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าตนมีแนวปฏิบัติที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้ค่าการปล่อยคาร์บอนที่เกิดขึ้นจริงจากกระบวนการผลิตของตนได้
ความคืบหน้าการขยายขอบเขตมาตรการ CBAM
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอให้ขยายขอบเขตมาตรการCBAM ไปยังสินค้าปลายน้ำ (downstream products) ที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้า 6 กลุ่มเดิม ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน โดยข้อเสนอการขยายขอบเขตดังกล่าวครอบคลุมสินค้าปลายน้ำที่มีการใช้เหล็กและอะลูมิเนียมในปริมาณสูงจำนวน 180 รายการ อาทิ เครื่องจักร ฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมของสภายุโรปได้มีมติเห็นชอบร่างแก้ไขกฎหมาย CBAM ดังกล่าว พร้อมเสนอแก้ไขเพิ่มเติมในหลายประเด็น ได้แก่ การเสนอเพิ่มมาตรการป้องกันการหลีกเลี่ยงผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพิ่มเกณฑ์แหล่งกำเนิดสินค้าเหล็กตามแนวทาง “melt and pour” ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นและขยายขอบเขตมาตรการให้ครอบคลุมเศษโลหะก่อนการผลิต (pre-consumer metal scrap) อย่างไรก็ดี กรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของสภายุโรปไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขในส่วนการยกเว้นการบังคับใช้CBAM ในกรณีฉุกเฉิน และประเด็นการนำคาร์บอนเครดิตจากประเทศที่สามภายใต้ความตกลงปารีสมาหักลดภาระ CBAM ทั้งนี้ ร่างแก้ไขดังกล่าวคาดว่าจะผ่านการเห็นชอบจากสภายุโรปภายในเดือนกันยายน 2569 เพื่อเข้าสู่การเจรจาระหว่างสภายุโรป คณะกรรมาธิการยุโรป และคณะมนตรีแห่งอียู (Trilogue) ต่อไป
-
อ้างอิง:
- https://www.exim.go.th/eximinter/e-news/29149/0623_trend.html
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ