UNODC และ EU ร่วมเตือนภัยการค้ามนุษย์เพื่อบังคับเหยื่อก่ออาชญากรรมไซเบอร์

วันที่นำเข้าข้อมูล 14 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 14 ส.ค. 2569

| 34 view

เนื่องในโอกาสวันต่อต้านการค้ามนุษย์โลก (World Day Against Trafficking in Persons) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime: UNODC) และสหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเร่งส่งเสริมและดำเนินความร่วมมือเพื่อรับมือกับการค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้เหยื่อก่ออาชญากรรม (human trafficking for forced criminality) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะการฉ้อโกงทางไซเบอร์ (cyber-enabled fraud) และการหลอกลวงทางออนไลน์ (online scams)

 

รูปแบบการค้ามนุษย์เพื่อบังคับเหยื่อก่ออาชญากรรมไซเบอร์

รูปแบบของขบวนการค้ามนุษย์ดังกล่าว มักเริ่มจากการล่อลวงเหยื่อด้วยการประกาศรับสมัครงานปลอมและข้อเสนอการจ้างงานที่ดูน่าเชื่อถือ ก่อนชักชวนให้เดินทางไปทำงาน จากนั้นจึงควบคุม กักขัง และบังคับให้บุคคลก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือที่รู้จักในนาม “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หรือ “แก๊งสแกมเมอร์” ขบวนการดังกล่าวได้อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขยายการดำเนินงานและหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เหยื่อจำนวนมากยังคงถูกซ่อนเร้นจากสาธารณชน และในหลายกรณีกลับถูกมองและปฏิบัติเสมือนเป็นผู้กระทำความผิด แทนที่จะได้รับการระบุตัวและคุ้มครองในฐานะเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์

 

สถานการณ์ทั่วโลก

ปัจจุบัน ขบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบดังกล่าวกำลังขยายตัวไปทั่วโลก โดยเมื่อปลายปี พ.ศ. 2568 มีการระบุตัวเหยื่อจากเกือบ 80 สัญชาติ ครอบคลุมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ยุโรปตะวันออกและยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ภูมิภาคแปซิฟิก ลาตินอเมริกา และแคริบเบียน

องค์การสหประชาชาติประเมินว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของปัญหานี้ โดยมีเหยื่อที่ถูกบังคับให้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์มากกว่า 300,000 คน ซึ่งหลายรายต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายและถูกทารุณกรรม ทั้งนี้ UNODC ระบุว่า ขบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สร้างความเสียหายกว่า 18,000-37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี พ.ศ. 2566

 

UNODC และ EU ย้ำความจำเป็นของความร่วมมือระหว่างประเทศ

นาย Ilias Chatzis รักษาการหัวหน้าสาขาอาชญากรรมองค์กรของ UNODC กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเหยื่อ

ด้านนาง Diane Schmitt ผู้ประสานงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำ DG Migration and Home Affairs (DG HOME) ของ EU กล่าวว่า เครือข่าย scam centres เป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่มีความซับซ้อน เนื่องจากเชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์ อาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง อาชญากรรมทางการเงินและองค์กรอาชญากรรม ดังนั้น EU ต้องส่งเสริมความร่วมมือแบบสหสาขาวิชาชีพและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องควบคู่กับการคุ้มครองเหยื่อ

 

แผนรับมือของสหภาพยุโรป

ในระยะต่อไป คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเปิดตัวแผนปฏิบัติการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงดิจิทัล (EU Action Plan to Combat Digital Fraud) ควบคู่กับยุทธศาสตร์ว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ (EU Strategy on Combating Trafficking in Human Beings) เพื่อกำหนดมาตรการของอียูในการตัดห่วงโซ่อาชญากรรมข้ามชาติรูปแบบใหม่ที่ใช้การค้ามนุษย์เพื่อบังคับใช้แรงงานในศูนย์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการหลอกลวงออนไลน์

นอกจากนี้ UNODC และ EU แสดงความพร้อมให้การสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ในการฝึกอบรมพนักงานสอบสวน อัยการ และบุคลากรกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม และช่วยให้เหยื่อสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมและได้รับช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม

 

-

อ้างอิง:

https://home-affairs.ec.europa.eu/news/unodc-and-eu-warn-rising-human-trafficking-criminal-activities-scam-centres-2026-07-30_en

 

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ