พัฒนาการของ Digital Product Passport (DPP) ภายใต้ ESPR และผลกระทบต่อภาคธุรกิจ

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ส.ค. 2569

| 23 view

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดใช้งานระบบลงทะเบียนDigital Product Passport (DPP Registry) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นระบบสำหรับการลงทะเบียนข้อมูลผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Ecodesign for Sustainable Products Regulation: ESPR) พร้อมทั้งได้เผยแพร่กฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ ซึ่งกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐาน การดำเนินงาน และโครงสร้างทางเทคนิคของระบบ DPP Registry ดังนี้ (1) คำตัดสิน Implementing Decision ว่าด้วยมาตรฐานกลางของ DPP จำนวน 6 ฉบับ ซึ่งพัฒนาโดยหน่วยงานด้านการวิจัยของอียู ได้แก่ CEN, Cenelec และ ETSI และสอดคล้องกับมาตรา 10 และ 11 ของ ESPR ว่าด้วยข้อกำหนดเกี่ยวกับ DPP[1] เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 และ (2) กฎระเบียบ Implementing Regulation ว่าด้วยการจัดตั้งระบบลงทะเบียน DPP (DPP registry)[2] เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กฎระเบียบดังกล่าวกำหนดกรอบธรรมาภิบาล ด้านการนำไปปฏิบัติ และด้านเทคนิคของระบบลงทะเบียนโดยกำหนดวิธีการลงทะเบียน ตรวจสอบ และบริหารจัดการ DPP ในอียู ตลอดจนโครงสร้างทางเทคนิคของระบบลงทะเบียน การเข้าถึงระบบ การป้องกันระบบ การดูแลรักษาระบบ ฯลฯ

โดยบทความนี้มุ่งนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบ DPP ตลอดจนผลกระทบและแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถทำความเข้าใจและเตรียมรับมือกับข้อกำหนดดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม

 

1. ความเป็นมา

เมื่อปี 2567 อียูได้ออกกฎระเบียบ ESPR ซึ่งกำหนดข้อกำหนดด้านความยั่งยืนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดอียู โดยครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการใช้งาน การซ่อมแซม และการจัดการเมื่อสิ้นอายุการใช้งาน ซึ่ง Digital Product Passport (DPP) เป็นหนึ่งในกลไกภายใต้กฎระเบียบ ESPR สำหรับจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับ รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ DPP จะทยอยบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มตามช่วงเวลาที่กำหนดในกฎหมายลำดับรอง ซึ่งจะทยอยประกาศใช้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดเช่นกัน

 

2. ทำความรู้จัก Digital Product Passport (DPP)

  • DPP คืออะไร: Digital Product Passport (DPP) คือ “เอกสารประจำผลิตภัณฑ์แบบดิจิทัล” ที่จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ การออกแบบ กระบวนการผลิต การใช้งาน การซ่อมแซม ไปจนถึงการรีไซเคิล เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์และส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของอียู โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้ผ่านสื่อนำข้อมูล (data carrier) ที่เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ เช่น QR Code, Serial Number หรือ Batch ID เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้บริโภค หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงข้อมูลของผลิตภัณฑ์ได้
  • DPP ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง: ข้อมูลใน DPP จะแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มโดยรายละเอียดจะถูกกำหนดผ่านกฎหมายลำดับรองสำหรับผลิตภัณฑ์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ อาจครอบคลุมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ (1) รหัสระบุผลิตภัณฑ์ (2) ข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความทนทาน (3) ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (4) ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของอียู เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีในผลิตภัณฑ์ และ (5) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม การรีไซเคิล และการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อสิ้นอายุการใช้งาน เป็นต้น

 

3. กรอบเวลาและกลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมาย

ภายใต้ ESPR คณะกรรมาธิการยุโรปจะทยอยจัดทำข้อกำหนดสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มตามลำดับความสำคัญที่กำหนดไว้ใน ESPR Working Plan โดยกรอบเวลาที่ระบุเป็นกรอบเวลาสำหรับการจัดทำกฎเกณฑ์เฉพาะผลิตภัณฑ์ มิใช่วันที่เริ่มบังคับใช้ DPP โดยตรงทั้งนี้ เมื่อกฎหมายลำดับรองสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่มมี ผลใช้บังคับ ผู้ประกอบการจะมีระยะเวลาปรับตัวก่อนที่ข้อกำหนดจะเริ่มใช้จริงในทางปฏิบัติ

  • ปี 2569 (.ศ. 2026): เหล็กและเหล็กกล้า
  • ปี 2569-2572 (.ศ 2026-2029): สินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน
  • ปี 2570 (.ศ 2027): สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, ยางรถยนต์, อะลูมิเนียม
  • ปี 2571 (.ศ 2028): เฟอร์นิเจอร์
  • ปี 2572 (.ศ 2029): ที่นอน, สินค้า ICT และเทคโนโลยี

ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลและพัฒนาการของ DPP รวมถึงแนวทางสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละภาคส่วนได้ที่เว็บไซต์ https://shorturl.at/9zVGS

 

4. ระบบการลงทะเบียน DPP (DPP Registry)

ระบบ DPP Registry คือ ระบบกลางของอียูที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการลงทะเบียนDigital Product Passports (DPP) ของผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดอียู โดยผู้ประกอบการที่มีหน้าที่จัดทำ DPP จะต้องลงทะเบียน DPP ในระบบ DPP Registry ก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะวางจำหน่ายในตลาดอียูตามกฎหมายอียูที่ใช้บังคับสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท โดยระบบจะทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลการลงทะเบียน DPP รวมถึงรหัสระบุผลิตภัณฑ์ (Unique Identifiers: UID) และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการระบุและตรวจสอบ DPP ของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังใช้ในการตรวจสอบสินค้านำเข้าโดยหน่วยงานศุลกากร และการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายและการกำกับดูแลตลาดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

5. ผลกระทบและโอกาสของ DPP ต่อภาคธุรกิจ

การใช้ DPP ภายใต้กฎระเบียบ ESPR จะส่งผลต่อภาคธุรกิจในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และครอบคลุมผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ผู้จัดหาวัตถุดิบ ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้ค้าปลีก ไปจนถึงผู้บริโภค โดยความท้าทายสำคัญอยู่ที่ต้นทุน เวลา และความซับซ้อนในการรวบรวมและบริหารจัดการข้อมูลผลิตภัณฑ์ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการอาจต้องปรับกระบวนการคัดเลือกและผลิตผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นการซ่อมแซม การยืดอายุการใช้งาน และการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนด DPP ผลิตภัณฑ์อาจถูกปฏิเสธการวางจำหน่ายในตลาดอียู

DPP จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและการตรวจสอบย้อนกลับของข้อมูลผลิตภัณฑ์ ทำให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลด้านความยั่งยืน เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์และวัสดุรีไซเคิลได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนและสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของตลาดอียูมากยิ่งขึ้น

 

6. แนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับข้อกำหนด DPP

เพื่อรับมือกับข้อกำหนดดังกล่าว ผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ได้แก่ (1) การศึกษาข้อกำหนดและการเตรียมข้อมูลผลิตภัณฑ์ โดยตรวจสอบว่าผลิตภัณฑ์ของตนต้องจัดทำข้อมูลประเภทใด (2) การพัฒนาระบบข้อมูลและการเชื่อมโยงข้อมูล ให้สามารถจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับซัพพลายเออร์ คู่ค้า และผู้นำเข้าในอียูได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) การสร้างความร่วมมือตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล และข้อมูลการซ่อมแซมได้อย่างครบถ้วน และ (4) การปรับผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจ โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ควบคู่กับการติดตามมาตรฐานและนโยบายของอียูอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนการปฏิบัติตามข้อกำหนดให้เป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดอียู

สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการลงทะเบียน DPP ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการผ่านระบบ DPP Registry โดย ขั้นตอนที่ 1 ผู้ประกอบการต้องรวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนดของกฎหมายอียูที่ใช้บังคับสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท เพื่อเตรียมจัดทำ DPPขั้นตอนที่ 2 ลงทะเบียน DPP ในระบบ DPP Registry และ ขั้นตอนที่ 3 เมื่อการลงทะเบียนเสร็จสิ้น DPP Registry จะสร้างรหัส Unique Registration Identifier (URI) สำหรับ DPP จากนั้นผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูล DPP เพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า การซ่อมแซมและรีไซเคิล รวมถึงการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาวิธีการลงทะเบียนและการใช้งานระบบ DPP Registry เพิ่มเติมได้จากคู่มือ DPP Registry User Guide ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการยุโรป ผ่านเว็บไซต์ https://shorturl.at/qhZy7

 

โดยสรุป กฎระเบียบ ESPR และข้อกำหนด DPP เป็นการเปลี่ยนแปลงการจัดการและตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ในตลาดอียูที่สำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทยและเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการไทยในหลายอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจึงควรติดตามพัฒนาการของข้อกำหนดอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งพัฒนาระบบข้อมูลและประสานงานกับคู่ค้าในอียู เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันเมื่อข้อกำหนด DPP เริ่มทยอยมีผลกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทในอนาคต และรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย

 

-

อ้างอิง:

- https://www.cencenelec.eu/news-events/news/2026/en-in-the-spotlight/2026-07-15-dpp/

- https://single-market-economy.ec.europa.eu/single-market/digital-product-passport/explore-our-faqs_en

- https://myproductpassport.eu/nl/blog/import-compliance-dpp-requirements-for-non-eu-manufacturers

- เอกสาร DPP Registry User Guide for Economic Operators: https://shorturl.at/qhZy7

 

[1] Commission Implementing Decision (EU) 2026/1736 of 14 July 2026 on harmonised standards for digital product passports drafted in support of Regulation (EU) 2024/1781 of the European Parliament and of the Council

[2] Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1778 of 16 July 2026 laying down the implementation arrangements for the digital product passport registry set up under Regulation (EU) 2024/1781 of the European Parliament and of the Council

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ