ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปแถลงนโยบายประจำปี 2569 เสนอทิศทางนโยบายสำคัญของสหภาพยุโรป

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2569

| 7 view

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้กล่าวแถลงนโยบายประจำปีของสหภาพยุโรป (State of the Union Address: SOTEU) ต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรป ณ เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส โดยสาระสำคัญของการแถลงในปีนี้มุ่งผลักดันให้สหภาพยุโรปมีความเข้มแข็ง เป็นเอกภาพ และพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น (a stronger, more independent Europe) ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. เศรษฐกิจ ตลาดเดียว และการลดภาระกฎระเบียบ สหภาพยุโรปจะเร่งปฏิรูปตลาดเดียวผ่านแผนงาน One Europe, One Market Roadmap โดยตั้งเป้าสร้างผลเป็นรูปธรรมภายในสิ้นปี 2570 พร้อมเร่งผลักดันข้อเสนอร่างชุดกฎหมายต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างกระบวนการนิติบัญญัติ ตลอดจนเตรียมเสนอชุดกฎหมายด้านการธนาคารและตลาดทุน เพื่อระดมเงินออมที่มีอยู่ในสหภาพยุโรปไปสู่การลงทุนและการขยายการเติบโตของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกหลีกเลี่ยงการออกกฎภายในประเทศที่เข้มงวดเกินกว่ากฎหมายของสหภาพยุโรป (gold-plating) เพื่อลดความแตกต่างทางกฎระเบียบและภาระต่อภาคธุรกิจโดยเฉพาะต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

2. ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีนและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน นาง von der Leyen แสดงความกังวลต่อความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับจีน โดยระบุว่าการขาดดุลการค้าสินค้าของสหภาพยุโรปกับจีนมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านยูโรต่อวัน และอาจเป็นผลกระทบจากจีน (China shock) ระลอกใหม่ต่อภาคอุตสาหกรรมยุโรป ดังนั้น สหภาพยุโรปจะเดินหน้าหารือกับจีนเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้านี้ให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และพร้อมใช้เครื่องมือหรือมาตรการต่างที่มีอยู่ต่อจีนหากจำเป็น ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรปมีแผนจัดตั้ง European Corporation on Critical Raw Materials เพื่อกระจายแหล่งจัดหาวัตถุดิบสำคัญและสร้างคลังสำรองร่วมเพื่อลดการพึ่งพาจีนในเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้น

3. พลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความยืดหยุ่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ตอกย้ำความเปราะบางของยุโรปต่อการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลนำเข้า โดยราคาพลังงานฟอสซิลนำเข้าของสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้นรวมกว่า 90,000 ล้านยูโร นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง สหภาพยุโรปจึงจะเร่งพัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งพลังงานหมุนเวียน นิวเคลียร์ และไบโอมีเทน ตั้งเป้าเพิ่มการใช้ไฟฟ้าเป็นสองเท่าภายในปี 2583 พร้อมลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน และการเชื่อมต่อระบบ ในด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ คณะกรรมาธิการยุโรปจะเสนอ Climate Resilience Framework ในเดือนตุลาคม 2569 รวมทั้งผลักดันแผนงานต่าง ๆ อาทิ แผน European Heatwave Plan แผน European Water Initiative และ Climate Insurance Alliance โดยจะระบุพื้นที่เสี่ยงด้านภูมิอากาศ 100 แห่ง เพื่อจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนด้านความมั่นคงทางอาหารและการปรับตัวต่อผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ

4. เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ สหภาพยุโรปจะเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลและพัฒนา AI gigafactories ควบคู่กับการส่งเสริม industrial AI เพื่อนำ AI ไปใช้จริงในภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลตามกรอบ AI Act นอกจากนี้ จะผลักดัน EU Kids Act เพื่อยกระดับการคุ้มครองเด็กและเยาวชนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงสนับสนุนข้อจำกัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และบัญชีผู้ใช้ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองหรือกำกับดูแลโดยผู้ปกครองสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 15 ปี

5. การยกระดับหุ้นส่วนกับแคนาดา นาง von der Leyen เสนอแนวคิดให้แคนาดาเป็น “สมาชิกสมทบ” (associate member) ของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นข้อเสนอครั้งแรกในลักษณะดังกล่าว และยกระดับความสัมพันธ์จากกรอบความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-แคนาดาไปสู่ กรอบความร่วมมือ Alliance for the Future ที่ครอบคลุมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พลังงาน แร่ธาตุสำคัญ แบตเตอรี่ เทคโนโลยีควอนตัม ความมั่นคงไซเบอร์ และอาร์กติก อย่างไรก็ดี แนวคิดสมาชิกสมทบยังไม่มีบัญญัติไว้ในสนธิสัญญาสหภาพยุโรป และขอบเขตสิทธิ หน้าที่ และรูปแบบการมีส่วนร่วมยังไม่ชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไปว่า คณะกรรมาธิการยุโรปจะผลักดันเรื่องนี้ในรูปแบบใด

6. ความมั่นคงและการป้องกันประเทศของยุโรป สหภาพยุโรปเตรียมเสนอ Emergency Security Protocol ซึ่งมีลักษณะคล้าย Article 4 ของ NATO เพื่อเปิดทางให้ประเทศสมาชิกที่เผชิญภัยคุกคามสามารถเรียกประชุมฉุกเฉินและกำหนดมาตรการตอบสนองร่วมกันได้ ควบคู่กับการลงทุนในระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ ระบบอวกาศและดาวเทียม และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ นอกจากนี้ ยังเสนอจัดตั้ง European Security Council ในระดับผู้นำ โดยอาจเชิญพันธมิตรสำคัญนอกสหภาพยุโรป เช่น สหราชอาณาจักร นอร์เวย์ ยูเครน และแคนาดา เข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ดี ข้อเสนอดังกล่าวอาจมีประเด็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนกับบทบาทของ NATO ซึ่งยังคงเป็นกลไกหลักด้านการป้องกันร่วมกันของประเทศสมาชิกและความมั่นคงในภูมิภาคยูโร-แอตแลนติก[1]

 

การแถลงนโยบายครั้งนี้สะท้อนว่า ความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์และการลดการพึ่งพาภายนอกยังเป็นแกนหลักของวาระสหภาพยุโรป ทั้งในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน เทคโนโลยี วัตถุดิบสำคัญ และความมั่นคงโดยสหภาพยุโรปมุ่งเสริมศักยภาพภายในควบคู่กับการกระชับความร่วมมือกับหุ้นส่วนที่เห็นว่ามีค่านิยมและผลประโยชน์ร่วมกัน

 

-

อ้างอิง:

- https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/ov/SPEECH_26_1868

- Forefront, “SOTEU: Von der Leyen asserts Commission ‘game plan’ works and no changes needed”

- Forefront, “SOTEU: climate, energy, and environment implications”

 

 

[1] https://today.line.me/th/v3/article/ML78yz0

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ