ความตกลงการค้าเสรี EU–อินเดีย

ความตกลงการค้าเสรี EU–อินเดีย

วันที่นำเข้าข้อมูล 3 มี.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 3 มี.ค. 2569

| 21 view

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 สหภาพยุโรปและอินเดียได้บรรลุการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน ความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับอินเดีย (EU-India Free Trade Agreement: EU-India FTA) ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปกับอินเดีย อันจะนำไปสู่การยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่าย และสะท้อนบทบาทของสหภาพยุโรปและอินเดียในฐานะผู้มีอิทธิพลสำคัญต่อทิศทางของระบบการค้าโลก

 ประเด็นสำคัญในความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปกับอินเดียประกอบด้วย

  • การค้าสินค้า (Trade in Goods) มุ่งลดอุปสรรคทางภาษีศุลกากรที่เป็นอุปสรรคต่อการค้า โดยเปิดเสรีสินค้าทั้งในภาคอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร ขณะเดียวกันยังคงมาตรการคุ้มครองสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหว เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเปิดตลาดและการปกป้องภาคการเกษตรภายในสหภาพยุโรปและอินเดีย อาทิ
  • กลุ่มยานยนต์: อินเดียจะทยอยลดภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์จากร้อยละ 110 เหลือร้อยละ 10 และกำหนดโควต้าที่ปีละ 250,000 คัน โดยชิ้นส่วนยานยนต์ส่วนใหญ่จะยกเลิกภาษีภายในระยะ 5-10 ปี ช่วยเปิดตลาด
    ให้ผู้ผลิตยานยนต์ในสหภาพยุโรปเข้าสู่ตลาดอินเดียมากขึ้น และสหภาพยุโรปเปิดให้อินเดียส่งออกรถยนต์ไปยังสหภาพยุโรปได้ปีละ 600,125 คัน
  • สินค้าอุตสาหกรรม: อินเดียจะทยอยลดและยกเลิกภาษีที่เดิมอยู่ในระดับสูง เช่น เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ ชิ้นส่วนยานยนต์ สิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม ช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าสหภาพยุโรปเข้าสู่ตลาดอินเดีย
  • สินค้าเกษตรและอาหาร: อินเดียปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตร/อาหารจากอียูเฉลี่ยร้อยละ 26 อาทิ ภาษีไวน์จากร้อยละ 150 เหลือร้อยละ 20 ยกเลิกภาษีน้ำมันมะกอกจากร้อยละ 45 เหลือร้อยละ 0 ภายใน 5 ปี อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรปยังคงมาตรการปกป้องสินค้าอ่อนไหว (sensitive sectors) เช่น ข้าว น้ำตาล เนื้อวัว สัตว์ปีก และผลิตภัณฑ์นมบางประเภทโดยไม่มีการเปิดเสรีในกลุ่มนี้
  • การค้าบริการ (Trade in Services) ความตกลงฯ จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าบริการของทั้งสองฝ่าย โดยยกระดับกฎเกณฑ์ให้ทันสมัยและมีความชัดเจนมากขึ้นกว่ากรอบ General Agreement on Trade in Services (GATS) ของ WTO ครอบคลุมการกำกับดูแลภายใน ภาคการเงิน การจัดการธุรกิจ และการเคลื่อนย้ายบุคลากรวิชาชีพ ส่งผลให้การค้าบริการมีความมั่นคง คาดการณ์ได้ และเอื้อต่อผู้ประกอบการมากขึ้น
  • ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ความตกลงฯ ได้กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองและบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญาในระดับสูง ครอบคลุมลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า แบบผลิตภัณฑ์ ความลับทางการค้า และพันธุ์พืช โดยยึดโยงกับความตกลงระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายเป็นภาคี และมุ่งส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการลงทุน พร้อมทั้งลดอุปสรรคทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่พึ่งพาทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสำคัญ
  • การอำนวยความสะดวกวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ความตกลงฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ SMEs โดยกำหนดให้ทั้งสองฝ่ายจัดตั้งจุดประสานงาน SMEs และจัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลสาธารณะเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านกฎระเบียบ ขั้นตอน และโอกาสทางธุรกิจได้อย่างสะดวก
  • การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ความตกลงฯ จัดให้มีเวทีปรึกษาหารือและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหภาพยุโรปกับอินเดียครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิแรงงาน ความเท่าเทียมทางเพศ และความรับผิดชอบของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ ความตกลงนี้ยังส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียว การใช้พลังงานหมุนเวียน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการติดตามการดำเนินการตาม
    ความตกลงฯ

หากเปรียบเทียบกับความตกลงการค้าเสรีของสหภาพยุโรปกับประเทศ/กลุ่มประเทศอื่น นับว่าความตกลงการค้าเสรีสหภาพยุโรป-อินเดียได้รับเสียงตอบรับที่ดี โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสหภาพยุโรปส่วนใหญ่มองว่าเป็นความตกลงที่สมดุลระหว่างการเปิดเสรีและการปกป้องตลาด โดยทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะยังไม่ตกลงเปิดตลาดให้กับสินค้าอ่อนไหว ลดความเข้มข้นของข้อบทว่าด้วยความยั่งยืนโดยไม่รวมเงื่อนไขเกี่ยวกับการเป็นภาคีความตกลงปารีสในการยุติการให้สิทธิประโยชน์ตามความตกลงฯ และแยกการเจรจาเกี่ยวกับการคุ้มครองสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ และการคุ้มครองการลงทุนออกจากความตกลงหลัก  ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ การบรรลุความตกลงฯ ในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “strategic move” สำหรับทั้งสองฝ่ายที่จำเป็นต้องหาพันธมิตรทางการค้าใหม่ในห้วงเวลาที่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรหลักไม่สามารถคาดเดาได้ และสถานการณ์โลกมีความผันผวนสูง  อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องติดตามท่าทีของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะภาคประชาสังคมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิดต่อไปเมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดเผยร่างความตกลงฯ ในรายละเอียดแล้ว

สำหรับประเทศไทย ความตกลงการเสรีสหภาพยุโรป-อินเดีย เป็นทั้งกรณีศึกษาและสัญญาณเชิงยุทธศาสตร์ที่มีนัยสำคัญต่อการเจรจาและการใช้ประโยชน์จากความตกลงการเสรีไทย-สหภาพยุโรป  การเร่งรัดการบรรลุการเจรจาฯ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของสหภาพยุโรปในการกระจายความเสี่ยงทางการค้าและหาหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้เพื่อทดแทนพันธมิตรอันดับหนึ่งอย่างสหรัฐอเมริกาและพร้อมที่ตกลงในส่วนที่สามารถทำได้ก่อน ด้วยทัศนคตินี้ จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะรวบรัดการเจรจาของไทยให้เสร็จสิ้นในช่วงนี้ด้วยเช่นกัน

 

อ้างอิง:

https://policy.trade.ec.europa.eu/eu-trade-relationships-country-and-region/countries-and-regions/india/eu-india-agreements/memo-eu-india-free-trade-agreement-chapter-chapter-summary_en#section14

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_26_184