กรอบระยะเวลาการดำเนินงานภายใต้กฎระเบียบอียูว่าด้วย Ecodesign for Sustainable Products Regulation (ESPR)

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2569

| 4 view

กฎระเบียบว่าด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของอียู (Ecodesign for Sustainable Products Regulation: ESPR) เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดกรอบด้านความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในตลาดอียู ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ ความทนทาน การซ่อมแซม การนำกลับมาใช้ซ้ำ การรีไซเคิล และประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ทั้งนี้ การกำหนดรายละเอียดและหลักเกณฑ์ภายใต้กฎระเบียบดังกล่าวยังต้องอาศัยกฎหมายลำดับรอง (secondary legislation) ในการปฏิบัติตามกฎหมายแม่บท ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปจะทยอยจัดทำและประกาศใช้ตามแผนการดำเนินงาน บทความนี้จึงรวบรวมกำหนดการสำคัญภายใต้กฎระเบียบ ESPR เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนและเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการในการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

ปี 2569 (ค.ศ. 2026)

  • 9 กุมภาพันธ์ 2569 ออกกฎหมายลำดับรองเกี่ยวกับการห้ามทำลายสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย (the destruction of unsold consumer products) ได้แก่ (1) กฎหมาย delegated act ว่าด้วยข้อยกเว้นจากการห้ามทำลายสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย[1]กำหนดกรณียกเว้นที่อนุญาตให้ทำลายสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดและมีเหตุผลอันสมควร และ (2) กฎหมาย implementing act ว่าด้วยรายละเอียดการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย[2] กำหนดรายละเอียดในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำจัดสินค้าที่เหลือจากการจำหน่ายของภาคธุรกิจ
  • 17 กรกฎาคม 2569 เผยแพร่หลักเกณฑ์การดำเนินงานของระบบลงทะเบียน Digital Product Passport[3] (DPP Registry) และเปิดใช้งานระบบ DPP Registry อย่างเป็นทางการ
  • 20 กรกฎาคม 2569 เริ่มบังคับใช้มาตรการว่าด้วยการห้ามทำลายเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับเสื้อผ้า และรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่าย[4]
  • ไตรมาสที่ 4
    • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เพื่อส่งเสริมการผลิตเหล็กที่มีความยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการรีไซเคิล
    • ออกกฎหมาย delegated act กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินงานของผู้ให้บริการDigital Product Passport

 

ปี 2570 (ค.ศ. 2027)

  • ภายในปี 2570 (ไม่ระบุไตรมาส)
    • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับผลิตภัณฑ์อะลูมิเนียม เน้นการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบทุติยภูมิ (secondary materials) เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุและความสามารถในการรีไซเคิล
    • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับยางรถยนต์ กำหนดหลักเกณฑ์ด้านสมรรถนะที่ครอบคลุมความทนทาน ความต้านทานการหมุน อัตราการสึกหรอ และองค์ประกอบของวัสดุ
  • ไตรมาสที่ 1
    • 18 กุมภาพันธ์ 2570 เริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดด้าน Digital Batteries Passportสำหรับแบตเตอรี่ที่วางจำหน่ายในตลาดอียู ได้แก่ (1) แบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV batteries) (2) แบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะขนาดเบา (Light Means of Transport: LMT batteries) และ (3) แบตเตอรี่อุตสาหกรรมที่มีความจุเกิน 2 กิโลวัตต์ชั่วโมง
    • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับสิ่งทอประเภทเครื่องนุ่งห่ม รวมถึงข้อกำหนดด้าน Digital Product Passport สำหรับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ อาทิ องค์ประกอบของเส้นใย ประเทศผู้ผลิต ความทนทาน สารอันตราย วิธีดูแลรักษา ความสามารถในการรีไซเคิล และระบบรับคืนหรือการรีไซเคิลผลิตภัณฑ์
  • ไตรมาสที่ 2
    • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign เพื่อส่งเสริมการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมสำหรับสินค้าหลายกลุ่ม อาทิ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดเล็ก และยานพาหนะขนาดเบา พร้อมพิจารณาจัดทำระบบให้คะแนนความสะดวกในการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์

 

ปี 2571 (ค.ศ. 2028)

  • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับเฟอร์นิเจอร์ โดยคาดว่าข้อมูลใน DPP จะครอบคลุมวัสดุที่ใช้ในการผลิต ผลการทดสอบความทนทาน การถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อซ่อมแซมและรีไซเคิล ข้อมูลเกี่ยวกับสารหน่วงการติดไฟและสารเคมีอันตราย ตลอดจนการจัดหาอะไหล่ทดแทน
  • ทบทวนแผนการดำเนินงานฉบับแรก โดย (1) ประเมินความคืบหน้าและความเหมาะสมของกลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมาย (2) พิจารณาเพิ่มกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ รองเท้า สีทา ผลิตภัณฑ์ซักล้าง สารหล่อลื่น และผลิตภัณฑ์เคมี และ (3) ทบทวนการบังคับใช้ข้อกำหนดเกี่ยวกับ DPP การซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ และสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลในระยะแรก

 

ปี 2571-2572 (ค.ศ. 2028-2029)

  • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ควบคู่กับกฎระเบียบว่าด้วยผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (Construction Products Regulation: CPR) คาดว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์เป้าหมายจะครอบคลุมวัสดุฉนวน ซีเมนต์และคอนกรีต ผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม หน้าต่างและประตู ตลอดจนระบบทำความร้อนและความเย็น ทั้งนี้ คาดว่าจะออกกฎหมายลำดับรองภายใต้ ESPR ในช่วงปี 2570-2572 และเริ่มใช้ข้อกำหนดด้าน DPP สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในช่วงปี 2571-2573

 

ปี 2572 (ค.ศ. 2029)

  • ออกข้อกำหนดด้าน ecodesign สำหรับฟูกนอน ครอบคลุมความทนทาน วัสดุที่ใช้ในการผลิต ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย การซ่อมแซมและปรับสภาพเพื่อใช้งานต่อ ตลอดจนการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน
  • กำหนดมาตรการด้านสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและความสามารถในการรีไซเคิลสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronic Equipment: EEE)โดยใช้หลักเกณฑ์ด้าน ecodesign เดียวกันกับอุปกรณ์หลายประเภท แทนการกำหนดแยกสำหรับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท คาดว่าจะครอบคลุมอุปกรณ์เทคโนโลยี ICT อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก และอาจขยายขอบเขตไปยังอุปกรณ์ประเภทอื่นที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของอียู (Waste Electrical and Electronic Equipment: WEEE)

 

-

อ้างอิง: Forefront, “ESPR Implementation Timeline: Key Milestones to 2030”

 

[1] Commission Delegated Regulation (EU) 2026/296 of 9 February 2026 supplementing Regulation (EU) 2024/1781 of the European Parliament and of the Council by setting out derogations from the prohibition of destruction of unsold consumer products) https://eur-lex.europa.eu/eli/reg_del/2026/296/oj/eng

[2] Implementing Regulation (EU) 2026/2 of 9 February 2026 laying down rules for the application of Regulation (EU) 2024/1781 of the European Parliament and of the Council as regards the details and format for the disclosure of information on discarded unsold consumer products https://eur-lex.europa.eu/eli/reg_impl/2026/2/oj/eng

[3] Commission Implementing Regulation (EU) 2026/1778 of 16 July 2026 laying down the implementation arrangements for the digital product passport registry set up under Regulation (EU) 2024/1781 of the European Parliament and of the Council https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=OJ:L_202601778

[4] บทความเรื่อง “อียูเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามทำลายเสื้อผ้าและรองเท้า” - สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://brussels.thaiembassy.org/th/content/อียูเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามทำลายเสื้อผ้าและรองเท?cate=69835d9124a74d53780b3743

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ