อียูเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามทำลายเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่าย ภายใต้กฎระเบียบ ESPR

วันที่นำเข้าข้อมูล 26 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 26 ส.ค. 2569

| 56 view

สหภาพยุโรป (อียู) เริ่มบังคับใช้มาตรการว่าด้วยการห้ามทำลายเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับเสื้อผ้า และรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่าย ภายใต้กรอบกฎระเบียบว่าด้วยการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน (Ecodesign for Sustainable Products Regulation: ESPR) ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 มีผลให้บริษัทขนาดใหญ่ในอียูต้องยุติการทำลายเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย และรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่าย เพื่อลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

มาตรการว่าด้วยการห้ามทำลายเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับเสื้อผ้า และรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่าย

มาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการภายใต้กฎระเบียบ ESPR ซึ่งกำหนดรายละเอียดห้ามมิให้ผู้ประกอบการทำลายสินค้าที่ยังอยู่ในสภาพดีและสามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้ โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการสูญเสียทรัพยากรจากสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย ทั้งวัตถุดิบ น้ำ พลังงาน และแรงงานที่ใช้ตลอดกระบวนการผลิต รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณของเสียจากผลิตภัณฑ์สิ่งทอและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนของอียู

 

แนวทางการดำเนินการของภาคธุรกิจภายใต้มาตรการใหม่

มาตรการนี้ได้กำหนดให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการนำสินค้าที่เหลือจากการจำหน่าย กลับมาใช้ประโยชน์แทนการทำลาย โดยสามารถดำเนินการได้หลายรูปแบบ อาทิ 1) การจำหน่ายสินค้าแบบนำมาลดราคา 2) การบริจาคสินค้าให้แก่มูลนิธิหรือองค์กรการกุศล 3) การใช้ซ้ำ (reuse) เช่น การซ่อมแซม การนำสินค้าที่ใช้แล้วมาปรับปรุงสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ (remanufacturing) ทั้งนี้ การทำลายสินค้าที่เหลือจากการจำหน่ายจะสามารถดำเนินการได้เฉพาะในกรณีที่กำหนดไว้เท่านั้น และต้องเป็นไปตามหลักการจัดการขยะ (waste treatment hierarchy) ซึ่งมุ่งเน้นที่การรีไซเคิลเป็นลำดับแรก

 

ข้อยกเว้นการบังคับใช้มาตรการ

มาตรการดังกล่าวกำหนดข้อยกเว้นสำหรับการทำลายสินค้า โดยบริษัทสามารถทำลายเสื้อผ้าและรองเท้าที่เหลือจากการจำหน่ายได้เฉพาะในกรณี เช่น เมื่อสินค้าได้รับความเสียหายหรือมีเหตุผลด้านความปลอดภัย สินค้าปลอมหรือสินค้าที่ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าที่ถูกปฏิเสธจากองค์กรการกุศลหรือโครงการรับบริจาค เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทที่อาศัยข้อยกเว้นดังกล่าวต้องจัดเตรียมหลักฐานเพื่อยืนยันเหตุผลในการทำลายสินค้า ได้แก่ เอกสารที่เกี่ยวข้องหรือผลการทดสอบ พร้อมทั้งจัดทำและเผยแพร่รายงานประจำปีเกี่ยวกับสินค้าที่ถูกทำลายเพื่อป้องกันการใช้ข้อยกเว้นในทางที่ไม่เหมาะสม

 

การกำกับดูแลและระยะเวลาการบังคับใช้

หน่วยงานของประเทศสมาชิกอียูจะทำหน้าที่ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการ และสามารถกำหนดค่าปรับแก่บริษัทที่ฝ่าฝืนได้ โดยบริษัทที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด ต้องเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ถูกทำลายไว้เป็นเวลา 5 ปี เพื่อรองรับการตรวจสอบ ทั้งนี้ เพื่อลดภาระด้านเอกสาร บริษัทสามารถใช้รหัสพิกัดศุลกากรและรหัสด้านโลจิสติกส์ที่มีอยู่ในการรายงานข้อมูลได้

มาตรการฯ ได้มีผลบังคับใช้กับบริษัทขนาดใหญ่แล้ว ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2569และจะขยายไปยังบริษัทขนาดกลางในปี 2573 ในส่วนข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูล ได้มีผลบังคับใช้กับบริษัทขนาดใหญ่แล้วเช่นกัน และจะครอบคลุมบริษัทขนาดกลางในปี 2573 (ค.ศ. 2030) เช่นเดียวกัน สำหรับบริษัทธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย (small and micro-businesses) จะได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดด้านการรายงานและการเก็บข้อมูล

 

ผลกระทบผู้ประกอบการไทย และแนวทางการเตรียมความพร้อม

แม้มาตรการนี้ไม่ได้ห้ามนำเข้าสินค้าจากไทยโดยตรง แต่ระเบียบดังกล่าวห้ามบริษัทขนาดใหญ่ในอียูทำลายสินค้าที่ยังขายไม่ได้ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม 2569 ทำให้ผู้ซื้อในอียูมีแนวโน้มเพิ่มข้อกำหนดต่อซัพพลายเออร์เรื่องการวางแผนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการจัดการสินค้าคงเหลือ/สินค้าคืน ผู้ซื้อ EU อาจกำหนดมาตรฐานตรวจรับสินค้าและคำสั่งซื้ออาจมีปริมาณน้อยลงและแบ่งส่งถี่ขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงสินค้าคงคลังเกินความ ต้นทุนด้านการเก็บรักษา ซ่อมแซม ลดราคา จำหน่ายต่อ บริจาค หรือรีไซเคิลสินค้า อาจถูกผลักกลับมายังผู้ผลิตบางส่วนผ่านสัญญาซื้อขาย

 

อียูใช้มาตรการนี้เป็นโอกาสพัฒนาสู่ผู้ผลิต “สิ่งทอหมุนเวียน” ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนของตลาดยุโรปมากขึ้นผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกเสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องแต่งกายไปสหภาพยุโรปควรเตรียมปรับตัว เช่น มีระบบติดตามสินค้า และสามารถซ่อมแซม/คัดแยก/รีไซเคิลได้ จะได้เปรียบในการรักษาและขยายตลาดในอียู

 

-

อ้างอิง:

https://environment.ec.europa.eu/news/ban-destruction-unsold-clothes-and-shoes-enters-application-2026-07-17_en

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ