วันที่นำเข้าข้อมูล 7 มี.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 7 มี.ค. 2569
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สหภาพยุโรปได้บังคับใช้กฎหมายที่ปรับปรุงแก้ไขคำสั่งว่าด้วยการรายงานด้านความยั่งยืนธุรกิจของสหภาพยุโรป (Corporate Sustainability Reporting Directive: CSRD) และคำสั่งว่าด้วยการตรวจสอบย้อนกลับธุรกิจอย่างยั่งยืน (Corporate Sustainability Due Diligence Directive: CSDDD) ซึ่งเป็นการประกาศใช้กฎหมายแก้ไข 2 ฉบับสุดท้ายภายใต้แผน Omnibus I Package ที่อียูมุ่งปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน โดยลดความซ้ำซ้อนและผ่อนปรนเงื่อนไขการบังคับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ มาตรการนี้เป็นการสร้างสมดุลใหม่ระหว่างเป้าหมายด้าน ESG กับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ เพื่อลดภาระด้านเอกสารและปลดล็อกศักยภาพการลงทุนในระยะยาว
ในบทความนี้ จะกล่าวถึงแผนการปฏิรูปกฎหมายของอียูเพื่อลดความซับซ้อนในการปฏิบัติตาม (Omnibus Package) ชุดที่ 1 ก่อน ซึ่งแผนนี้มีทั้งหมด 10 ชุด ริเริ่มโดยคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งดำเนินการตามข้อเสนอแนะในรายงาน Draghi Report ที่เน้นให้อียูเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่ข้อเสนอภายใต้ชื่อ “Omnibus I (Sustainability)” ร่างกฎหมายที่รวมการแก้ไขกฎหมายหลายฉบับไว้ในชุดเดียว เพื่อให้เกิดความสอดคล้อง ลดความซ้ำซ้อน และปรับปรุงประสิทธิภาพของกรอบกฎหมายด้านความยั่งยืนที่มีอยู่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจยุโรป และปลดล็อกศักยภาพการลงทุนในระยะยาว
สาระสำคัญของ Omnibus I (Sustainability) และประโยชน์
Omnibus I (Sustainability) ประกอบด้วยข้อเสนอแก้ไขกฎหมายด้านความยั่งยืนแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ ดังนี้
ผลกระทบจากการกำหนดรูปแบบการรายงานที่แตกต่างกันภายใต้กฎหมาย CSRD
การปรับขอบเขตของการรายงานภายใต้ CSRD ทั้งการปรับเกณฑ์ธุรกิจที่ต้องรายงานจากที่จ้างงานขั้นต่ำ 250 คน เป็น 1,000 คนขึ้นไป ที่ทำให้บริษัทขนาดกลางหลายแห่งพ้นจากข้อกำหนดในการรายงาน แต่จะเกิดความลักลั่นในการจัดเก็บข้อมูล Environment Social Green (ESG) เพิ่มขึ้น โดยจะไม่สามารถเก็บข้อมูลจากบริษัทขนาดกลางได้ และแม้ว่า บริษัทขนาดกลางจะเลือกที่จะให้ข้อมูลโดยสมัครใจ การที่มาตรฐานการรายงานโดยสมัครใจ (Voluntary Sustainability Reporting Standard for SMEs: VSME) มิได้จัดทำขึ้นเพื่อรองรับการเก็บข้อมูลจากบริษัทขนาดกลางที่มีความซับซ้อนก็อาจทำให้อียูไม่สามารถจัดเก็บข้อมูล ESG ได้ตามที่กฎหมายตั้งเป้าหมายไว้ เพื่อช่วยลดความยุ่งยากดังกล่าว คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลใหม่ตามข้อ 29e ที่แก้ไข ของกฎหมาย CSRD โดยจะมี template และแนวทางการส่งข้อมูลที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของบริษัทขนาดกลาง ดังนั้น ต่อไปการส่งข้อมูลภายใต้กฎหมาย CSRD นี้จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่รายงานตามมาตรฐานการรายงาน European Sustainability Reporting Standards (ESRS) ภาคบังคับ (2) กลุ่มบริษัทที่อยู่นอกขอบเขตโดยจะรายงานตาม VSME แทน และ (3) กลุ่มบริษัทขนาดกลางที่ใช้ VSME ร่วมกับแบบฟอร์มเสริมตามแพลตฟอร์มใหม่ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มบริษัทนอกอียูที่มาตรฐาน ESRS ที่กำหนดมีรายละเอียดน้อยกว่าสำหรับบริษัทในอียู ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นความท้าทายของอียูที่จะต้องทำให้เกิดความสอดคล้องของข้อมูล ไม่เกิดการเลือกปฏิบัติซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการฟ้องร้องได้ในภายหลัง อนึ่ง คณะกรรมาธิการยุโรปอยู่ระหว่างปรับปรุง ESRS และ VSME ให้สอดคล้องกับขอบเขตที่กฎหมาย CSRD กำหนด โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
ผลกระทบของกฎหมาย CSRD และ CSDDD ต่อภาคเอกชนไทย
ตามข้อกำหนดต่อบริษัทของประเทศ non-EU ในกฎหมาย CSRD บริษัทไทยที่มีบริษัทย่อย/สาขาในอียูหรือจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของอียูที่มีรายได้เกิน 150 ล้านยูโร จะต้องทำรายงานความยั่งยืนตามกฎหมาย CSRD รวมถึงบริษัทไทยที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทอียูที่ต้องทำรายงานความยั่งยืนดังกล่าว ก็มีภาระที่จะต้องส่งข้อมูล ESG ให้กับบริษัทอียูเช่นกัน ในทำนองเดียวกัน กฎหมาย CSDDD บังคับให้บริษัท non-EU ที่มีรายได้ในอียูจะต้องทำ due diligence ด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่มูลค่าเช่นกัน ดังนั้น บริษัทไทยจึงต้องพัฒนาระบบเก็บข้อมูล เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขยะ น้ำเสีย แรงงาน สิทธิมนุษยชน ให้สอดรับกับ ESRS และ EU Taxonomy มิฉะนั้นอาจถูกมองว่าขาดข้อมูลที่จำเป็นและสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน โดยงานวิจัยของวิจัยกรุงศรีระบุว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมาก รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน โดยเฉพาะยางรถซึ่งมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมก็อยู่ในข่ายที่จะได้รับผลกระทบด้วย โดยบริษัทที่ปรับตัวเร็ว ตั้งระบบเก็บข้อมูล ESG ตามมาตรฐานสากลหรือ ESRS จะได้เปรียบและมีโอกาสเป็น preferred supplier ของบริษัทอียูตามกฎหมาย CSRD และ CSDDD ต่อไป
อ้างอิง:
https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_25_614
https://academy.unglobalcompact.org/course/7031427/module/7267661/Scorm?LPId=0
https://www.krungsri.com/th/research/research-intelligence/csddd-2025