เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่รายงานทบทวนการลดความซับซ้อนของกฎหมายว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Regulation on Deforestation-free products: EUDR) ของสหภาพยุโรป พร้อมเอกสารแนวทางปฏิบัติและร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง (April Package) เพื่อสนับสนุนให้การบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และมีความชัดเจนมากขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ ประเทศสมาชิก ประเทศคู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ภายหลังการออกกฎระเบียบฉบับปรับปรุงเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
เอกสารและร่างกฎหมายที่เผยแพร่ในครั้งนี้ประกอบด้วย (1) รายงานเสนอต่อสภายุโรปและคณะมนตรียุโรป (2) เอกสารแนวทางปฏิบัติและคำถามที่พบบ่อยฉบับปรับปรุง (3) ร่างกฎหมายลำดับรองว่าด้วยขอบเขตผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎหมาย EUDR และ (4) ร่างกฎหมายลำดับรองเพื่อการบังคับใช้เกี่ยวกับระบบสารสนเทศ โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1) รายงานทบทวนการลดความซับซ้อนของ EUDR เสนอต่อสภายุโรปและคณะมนตรียุโรป
รายงานดังกล่าวได้อธิบายมาตรการการลดความซับซ้อนและลดภาระในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่คณะกรรมาธิการยุโรปได้ดำเนินการมาตั้งแต่กฎหมาย EUDR มีผลใช้บังคับเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 โดยคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า มาตรการที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมีส่วนช่วยลดภาระทางการบริหารของภาคธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนรายปีจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบฯ ของบริษัทที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกฎระเบียบ EUDR ได้ประมาณร้อยละ 75 เมื่อเทียบกับประมาณการเดิมในปี 2566 รายงานฉบับนี้ระบุว่า คณะกรรมาธิการยุโรปยังไม่เสนอการแก้ไขเพิ่มเติมกรอบกฎหมายหลักในระยะนี้ แต่จะให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพของกรอบกฎหมายปัจจุบัน และมุ่งสนับสนุนการบังคับใช้กฎระเบียบให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ผ่านการจัดทำคำชี้แจง การลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และการพัฒนาเครื่องมือสนับสนุนสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ในรายงานยังกล่าวถึงเครื่องมืออำนวยความสะดวกทางการค้าที่อยู่ระหว่างการจัดทำ อาทิ ฐานข้อมูลกฎหมายของประเทศผู้ผลิต (repositories) และฐานข้อมูลระบบรับรองสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้กฎระเบียบ EUDR เพื่อสนับสนุนการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบสถานะของผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2) เอกสารแนวทางปฏิบัติ (Guidance Document) และเอกสารคำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เอกสารแนวทางปฏิบัติและเอกสารคำถามที่พบบ่อยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คำชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EUDR อาทิ หน้าที่ของผู้ประกอบการในช่วงปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน การดำเนินธุรกรรมผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ วิธีการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ และแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการขั้นต้นรายย่อยและรายเล็ก ซึ่งสาระสำคัญของเอกสารดังกล่าว คือ การทำให้กระบวนการตรวจสอบสถานะสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของสินค้าและแหล่งที่มา ใน April Package นี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับปรุงแก้ไขเอกสารทั้ง 2 ฉบับ โดยอธิบายเพิ่มเติมในประเด็น ดังนี้
- ผู้ประกอบการที่จัดหาสินค้าจากประเทศหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องดำเนินการประเมินความเสี่ยงหรือใช้มาตรการลดความเสี่ยงเพิ่มเติม เว้นแต่จะมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EUDR
- ผู้ประกอบการขั้นต้นรายย่อยและรายเล็ก (micro and small primary operator) ที่จัดหาวัตถุดิบจากประเทศความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม เว้นแต่จะพบความเสี่ยงเฉพาะกรณี
นอกจากนี้ เอกสารแนวทางปฏิบัติยังเปิดให้ผู้ประกอบการใช้แนวทางการรวบรวมข้อมูลแบบเป็นลำดับขั้น (tiered approach) โดยเริ่มจากการพิจารณาข้อมูลที่มีอยู่และข้อมูลจากฐานข้อมูลกลางของคณะกรรมาธิการยุโรปก่อน หากพบว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำมาก ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม แต่หากการตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อมูลที่บ่งชี้ว่าสินค้าหรือแหล่งผลิตอาจไม่เป็นไปตามกฎระเบียบ EUDR ผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมและรวบรวมหลักฐานประกอบอย่างละเอียดมากขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปเตรียมจัดตั้งฐานข้อมูลกลาง 2 ประเภทก่อนที่กฎระเบียบ EUDR จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในเดือนธันวาคม 2569 ได้แก่ (1) ฐานข้อมูลกฎหมายของประเทศผู้ผลิต และ (2) ฐานข้อมูลระบบรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแหล่งข้อมูลกลางสำหรับการประเมินความชอบด้วยกฎหมายและการตรวจสอบสถานะ ลดการดำเนินงานซ้ำซ้อนระหว่างประเทศสมาชิก และส่งเสริมให้การบังคับใช้กฎระเบียบเป็นไปอย่างสอดคล้องกันทั่วตลาดสหภาพยุโรป
3) การปรับปรุงขอบเขตผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎระเบียบ EUDR ผ่านร่างกฎหมายลำดับรอง
คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎหมายลำดับรอง (draft Delegated Act) เพื่อปรับปรุงขอบเขตผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎระเบียบ EUDR ในลักษณะเฉพาะจุด โดยเป็นการปรับปรุงจากร่างกฎหมายลำดับรองของปีที่ผ่านมา และได้นำข้อคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในช่วงการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณา การปรับปรุงดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ขอบเขตการบังคับใช้ของกฎระเบียบ EUDR ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายป่าได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ร่างกฎหมายลำดับรองดังกล่าวเปิดให้สาธารณชนแสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยร่างกฎหมายลำดับรองดังกล่าวมีสาระสำคัญ ได้แก่
- การเพิ่มผลิตภัณฑ์บางรายการเข้าสู่ขอบเขตของการบังคับใช้ของกฎระเบียบ EUDR อาทิ กาแฟสำเร็จรูปชนิดละลายน้ำ ลิ้นโคแช่แข็ง และอนุพันธ์บางประเภทของน้ำมันปาล์ม สบู่
- การนำผลิตภัณฑ์บางรายการออกจากขอบเขตการบังคับใช้ของกฎระเบียบ EUDR อาทิ หนังสัตว์บางประเภท รวมถึงหนังโค ยางรถยนต์หล่อดอก
- ผลิตภัณฑ์ที่ไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตการบังคับใช้ของกฎระเบียบ EUDR อาทิ ตัวอย่างสินค้า วัสดุบรรจุภัณฑ์บางประเภท สินค้าที่ใช้แล้วหรือสินค้ามือสอง ของเสียหรือวัสดุเหลือทิ้ง
4) การปรับปรุงระบบสารสนเทศผ่านร่างกฎหมายลำดับรอง
คณะกรรมาธิการยุโรปอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบสารสนเทศของ EUDR ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบฉบับปรับปรุง และเตรียมความพร้อมก่อนที่กฎระเบียบ EUDR จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งให้ระบบสามารถรองรับปริมาณการทำธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น จัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวมีกำหนดเปิดใช้งานอีกครั้งในเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียน ทดสอบระบบ และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดปฏิบัติตาม EUDR ร่างกฎหมายลำดับรองเพื่อการบังคับใช้เกี่ยวกับระบบสารสนเทศฉบับปรับปรุงมีสาระสำคัญ อาทิ การจัดทำแบบฟอร์มคำรับรองที่เรียบง่ายขึ้นสำหรับผู้ประกอบการขั้นต้นรายย่อยและรายเล็ก การปรับปรุงระบบเชื่อมต่อข้อมูลอัตโนมัติ การจัดทำแผนรองรับกรณีระบบไม่สามารถใช้งานได้โดยไม่คาดหมาย และการปรับปรุงคำแนะนำการใช้งาน อาทิ ข้อมูลพิกัดภูมิศาสตร์และรหัสข้อผิดพลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้งานระบบได้สะดวกและชัดเจนยิ่งขึ้น
ในระยะต่อไป
คณะกรรมาธิการยุโรปจะเดินหน้าสนับสนุนการบังคับใช้กฎระเบียบ EUDR ให้เป็นไปตามกำหนด โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความชัดเจนแก่ผู้ประกอบการ การปรับปรุงระบบสารสนเทศ และการจัดทำเครื่องมือสนับสนุนการตรวจสอบสถานะ สำหรับกำหนดเวลาการปฏิบัติตามกฎระเบียบ EUDR ยังคงเป็นไปตามกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ กล่าวคือ ผู้ประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ EUDR ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2569 ส่วนผู้ประกอบการรายเล็กและรายย่อยจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2570
อ้างอิงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง:
Forefront, “EUDR implementation: No additional simplification measures presented as Commission pushes forward with implementation support”
เอกสารที่เกี่ยวข้อง