อียูกำหนดทิศทางการให้เงินสนับสนุนภาคประมง ปี 2571-2577

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ต.ค. 2569

| 9 view

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะมนตรีแห่งอียูเห็นชอบในหลักการบางส่วนของร่างกฎระเบียบว่าด้วยการให้เงินสนับสนุนภาคประมงและกิจการทางทะเลของอียู ปีงบประมาณ 2571-2577[1] ซึ่งกำหนดกรอบการให้เงินสนับสนุนภายใต้งบประมาณระยะยาวของอียู โดยมุ่งเพิ่มความคล่องตัวในการจัดสรรเงินสนับสนุน ควบคู่กับการส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันและการปรับปรุงกองเรือประมงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ประเทศสมาชิก คณะกรรมาธิการยุโรป และภาคอุตสาหกรรมประมงมีท่าทีแตกต่างกันต่อแนวทางและเงื่อนไขการให้เงินสนับสนุนตามร่างกฎระเบียบดังกล่าว

 

1. สาระสำคัญของข้อเสนอด้านเงินสนับสนุนภาคประมงของอียู

ร่างกฎระเบียบดังกล่าวเป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรป เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม2568 เพื่อกำหนดเงื่อนไขการให้เงินสนับสนุนนโยบายประมงร่วม (Common Fisheries Policy: CFP) นโยบายด้านทะเลและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และ European Ocean Pact ในช่วงปี 2571-2577 โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการถ่ายทอดอาชีพสู่คนรุ่นใหม่ในภาคประมง สนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน พัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับทะเล และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะชุมชนประมงชายฝั่งขนาดเล็ก

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 คณะมนตรีฯ ได้เห็นชอบในหลักการบางส่วนของร่างกฎระเบียบดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ (1) สนับสนุนการปรับปรุงกองเรือประมง โดยเปิดให้เงินสนับสนุนครอบคลุมการลงทุนในเรือประมงที่มีอยู่และเรือใหม่ เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ปรับปรุงสภาพการทำงานบนเรือ และส่งเสริมการเข้าสู่อาชีพของชาวประมงรุ่นใหม่ (2) เพิ่มมาตรการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยกำหนดเงื่อนไขการให้เงินสนับสนุนเพื่อป้องกันไม่ให้การลงทุนในเรือประมงทำให้มีการจับปลาเพิ่มขึ้นจนเสี่ยงต่อการทำประมงเกินขนาด (overfishing) พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะสำหรับการทำประมงชายฝั่งขนาดเล็ก (3) กำหนดให้การสนับสนุนสอดคล้องกับความตกลงว่าด้วยเงินอุดหนุนประมงขององค์การการค้าโลก (WTO) พร้อมเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการควบคุมและการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืน

 

2. ท่าทีของภาคส่วนต่างๆ 

  • ประเทศสมาชิกอียู ประเทศสมาชิกอียูส่วนใหญ่สนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนากองเรือประมง โดยเห็นว่าควรเปิดให้ใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อยกระดับความปลอดภัยและสภาพการทำงานบนเรือ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงดึงดูดชาวประมงรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพ อย่างไรก็ดี โปรตุเกสและเดนมาร์กเน้นย้ำว่าการให้เงินสนับสนุนต้องเป็นไปตามหลักการ “Do No Significant Harm”และต้องไม่ทำให้กองเรือสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้นจนเสี่ยงต่อการทำประมงเกินขนาด (overfishing)
  • ในทางกลับกัน สวีเดนไม่เห็นด้วยกับการใช้เงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อซื้อหรือสร้างเรือประมงใหม่ โดยเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ขณะที่ฝรั่งเศสแสดงความกังวลต่อข้อจำกัดที่อาจส่งผลกระทบต่อเรือประมงขนาดเล็ก โดยเฉพาะเรือที่มีความยาวต่ำกว่า 12 เมตร และเรียกร้องให้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความตกลงว่าด้วยเงินอุดหนุนประมงขององค์การการค้าโลก (WTO) มีความชัดเจน ได้สัดส่วน และสามารถบังคับใช้ได้จริง ส่วนเนเธอร์แลนด์งดออกเสียง เนื่องจากเห็นว่าร่างกฎระเบียบยังไม่สะท้อนจุดยืนของตนต่อหลักการ Do No Significant Harm
  • กรรมาธิการยุโรปด้านประมง นาย Costas Kadis แสดงความกังวลต่อข้อเสนอของคณะมนตรีฯ ในการปรับเนื้อหาร่างกฎระเบียบบางประการ โดยเน้นย้ำว่าการใช้เงินทุนภาครัฐเพื่อซื้อหรือต่อเรือประมงใหม่ต้องไม่ส่งผลให้เกิดการทำประมงเกินขนาด (overfishing) นอกจากนี้ ยังเห็นว่ากฎระเบียบนี้ต้องสอดคล้องกับพันธกรณีของอียูภายใต้ความตกลงว่าด้วยเงินอุดหนุนประมงขององค์การการค้าโลก (WTO) และควรคงข้อกำหนดเกี่ยวกับการเรียกคืนเงินช่วยเหลือในกรณีที่มีการกระทำผิดภายในระยะเวลาห้าปี
  • ภาคอุตสาหกรรมประมง สมาคม Europeche ซึ่งเป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมประมงของอียู สนับสนุนความคืบหน้าในการจัดทำร่างกฎระเบียบดังกล่าว โดยเห็นว่าการปรับปรุงและทดแทนกองเรือประมงมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การยกระดับสภาพการทำงานบนเรือ และการดึงดูดชาวประมงรุ่นใหม่เข้าสู่อาชีพ อย่างไรก็ดี สมาคมฯ เห็นว่านิยามของคำว่า “การประมงชายฝั่งขนาดเล็ก” ยังมีความยืดหยุ่นไม่เพียงพอ อีกทั้งเงื่อนไขการปรับปรุงและทดแทนเรือยังมีความซับซ้อนและอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย

 

3. ขั้นตอนต่อไป

ภายหลังจากคณะมนตรีฯ เห็นชอบหลักการของร่างกฎระเบียบดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 แล้ว ประธานคณะมนตรีฯ จะใช้จุดยืนดังกล่าวเป็นฐานในการเจรจากับสภายุโรป เพื่อพิจารณาร่างกฎระเบียบในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ การกำหนดงบประมาณโดยรวมสำหรับโครงการต่าง ๆ ในช่วงปี 2571-2577 จะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาและข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับกรอบงบประมาณระยะยาวของอียู (Multiannual Financial Framework: MFF) สำหรับช่วงปีดังกล่าว

 

-

อ้างอิง:

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13948/1/european-ministers-reach-agreement-on-fisheries-support-for-2028-2034

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13948/2/european-ministers-call-for-further-simplification-of-emfaf-rules

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13948/3/group-of-member-states-seeks-to-remove-barriers-to-modernising-eu-fishing-fleet

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13948/4/costas-kadis-advocates-strengthening-external-dimension-of-common-fisheries-policy

- https://www.consilium.europa.eu/en/press/press-releases/2026/09/29/mff-2028-2034-council-agrees-negotiating-position-on-future-eu-support-for-the-fisheries-sector/

 

[1] ร่างระเบียบว่าด้วยเงื่อนไขการให้เงินสนับสนุนของอียูสำหรับนโยบายประมงร่วม (CFP) ข้อตกลง European Ocean Pact และนโยบายด้านทะเลและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ภายใต้กองทุนความร่วมมือระดับชาติและระดับภูมิภาค (NRP Fund) สำหรับช่วงปี 2571-2577 (Proposal for a REGULATION OF THE EUROPEAN PARLIAMENT AND OF THE COUNCIL establishing the conditions for the implementation of the Union support to the Common Fisheries Policy, to the European Ocean Pact and of the Union’s maritime and aquaculture policy as part of the National and Regional Partnership Fund set out in Regulation (EU) [...] [NRP Fund] for the period from 2028 to 2034 - Partial general approach) สืบค้นได้ที่ https://data.consilium.europa.eu/doc/document/ST-13729-2026-INIT/en/pdf

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ