ต้นทุนการยกระดับมาตรฐานฉลากอาหาร (Country-of-Origin Labelling: COOL) ของสหภาพยุโรป และผลกระทบต่อสินค้าจากประเทศ non-EU

ต้นทุนการยกระดับมาตรฐานฉลากอาหาร (Country-of-Origin Labelling: COOL) ของสหภาพยุโรป และผลกระทบต่อสินค้าจากประเทศ non-EU

วันที่นำเข้าข้อมูล 13 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 พ.ค. 2569

| 64 view

สหภาพยุโรป (European Union: อียู) ต้องการขยายการใช้กฎระเบียบการติดฉลากแสดงประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าอาหาร (Country-of-Origin Labelling: COOL) ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารแปรรูป ท่ามกลางความพยายามรักษาสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคกับการคงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของตลาดเดียว

ปัจจุบัน ข้อกำหนดการติดฉลากระบุแหล่งกำเนิดสินค้าของอียูอยู่ภายใต้กฎระเบียบการให้ข้อมูลอาหารแก่ผู้บริโภค (Food information to consumers regulation: FIC regulation) ซึ่งครอบคลุมเฉพาะกลุ่มสินค้าบางประเภท อาทิ เนื้อสด ไข่ อาหารทะเล ผลไม้และผัก น้ำผึ้ง อาหารที่ยังไม่แปรรูป และอาหารที่มีส่วนประกอบเพียงชนิดเดียว ขณะที่สินค้าอาหารแปรรูปส่วนใหญ่ยังไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับดังกล่าว จึงนำไปสู่ความต้องการในการขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎระเบียบ COOL ไปยังสินค้าอาหารแปรรูป อาทิ เนื้อแปรรูปและผลิตภัณฑ์นม เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและสนับสนุนการบริโภคสินค้าภายในอียู

นาย Olivér Várhelyi กรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งรับผิดชอบการกำกับดูแลด้านฉลากอาหารภายใต้กฎหมายดังกล่าว ได้แสดงการสนับสนุนโดยระบุว่า ผู้บริโภคมีความต้องการทราบข้อมูลแหล่งที่มาของอาหารในรูปแบบรายประเทศอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อกำหนดให้ระบุแหล่งที่มาตามรายประเทศ แทนการใช้คำระบุแหล่งกำเนิดในวงกว้างว่า ‘EU’ ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าตามมาตรฐานที่ตนเชื่อมั่นได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม การขยายขอบเขตของกฎระเบียบดังกล่าวเผชิญแรงคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรมอาหารและผู้ค้าปลีก โดยองค์กร FoodDrinkEurope กล่าวว่าการขยายขอบเขตของกฎระเบียบ COOLอาจก่อให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้นและความซับซ้อนในห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากวัตถุดิบในตลาดมักมีแหล่งที่มาจากหลายประเทศและเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาการซื้อขาย อาทิ กระบวนการผลิตโยเกิร์ต ที่นมอาจมาจากเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีในล็อตหนึ่ง แต่เปลี่ยนเป็นนมจากฝรั่งเศสในอีกล็อตหนึ่ง ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องแบกรับภาระในการเปลี่ยนฉลากบรรจุภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นท้าทายสำคัญในเชิงกฎหมาย กล่าวคือ มาตรา 39 แห่งกฎระเบียบ FIC ได้เปิดช่องให้รัฐสมาชิกแต่ละประเทศสามารถเพิ่มเติมและออกกฎระเบียบ COOL ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ใช้เป็นการเฉพาะภายในประเทศของตนเองได้ สภาวการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความไม่สอดคล้องกันของกฎระเบียบซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานเรื่องการเคลื่อนย้ายสินค้าอย่างเสรีภายใต้ระบบตลาดเดียว ซึ่งนาย Olivér Várhelyi ก็ได้เห็นพ้องในประเด็นนี้ โดยได้แสดงความคิดเห็นว่า ระบบฉลากที่ไม่สอดคล้องกันนี้ จะส่งผลให้ผู้ผลิตสินค้าไม่สามารถใช้ฉลากมาตรฐานเพียงแบบเดียวเพื่อส่งไปขายทั่วอียูได้ แต่ต้องเสียต้นทุนเพิ่มเพื่อผลิตฉลากเฉพาะเจาะจงตามกฎของแต่ละประเทศ สภาวะนี้จึงนำไปสู่การบิดเบือนการแข่งขันและทำให้ตลาดเดียวของอียูต้องแตกแยกออกจากกันเป็นตลาดย่อยตามพรมแดนในที่สุด ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้ให้คำมั่นว่าจะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาข้อกำหนดการติดฉลากที่ไม่สอดคล้องกันนี้ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี ค.ศ. 2026 รวมถึงการเพิ่มขยายขอบเขตของกฎระเบียบดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงสินค้าอื่น ๆ อาทิ พืชตระกูลถั่ว ผลไม้ในแยม น้ำผลไม้ สินค้าประมงและสัตว์น้ำ เพื่อยกระดับความโปร่งใสให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค

 

การปรับปรุงกฎระเบียบการติดฉลากแสดงประเทศแหล่งกำเนิดสินค้าอาหาร (COOL) ของอียู เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคกับการรักษาเอกภาพของตลาดเดียว อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและลดความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ภาคอุตสาหกรรมกังวลว่าอาจนำไปสู่ข้อจำกัดทางการค้าในอนาคต

กฎระเบียบดังกล่าวครอบคลุมถึงการส่งออกสินค้าจากประเทศที่สามรวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะข้อกำหนดการแสดงข้อมูลแหล่งกำเนิดของส่วนประกอบหลัก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการที่นำเข้าวัตถุดิบหลักจากต่างประเทศมาใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปอียู ดังนั้น การติดตามความคืบหน้าของกฎระเบียบเพื่อให้ข้อมูลบนฉลากมีความถูกต้อง ควบคู่กับการยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการรับรองแหล่งที่มาของวัตถุดิบนำเข้าให้มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือ จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันและตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคในอียูที่ให้ความสำคัญกับที่มาของวัตถุดิบในปัจจุบัน

 

อ้างอิง:

https://www.euractiv.com/news/eu-caught-between-stricter-food-labelling-and-single-market-pledges/

https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/PDF/?uri=CELEX:02011R1169-20180101

https://www.tisi.go.th/data/regulate/regulation/pdf_th/COOL.pdf

 

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ