ความท้าทายในการขยาย Data Centre ในอียูท่ามกลางแรงต้านจากประชาชน

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ต.ค. 2569

| 6 view

สหภาพยุโรป (อียู) กำลังเผชิญกระแสคัดค้านการก่อสร้างและการขยายศูนย์ข้อมูล (Data Centre) จากประชาชนในหลายประเทศสมาชิก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานไฟฟ้า และทรัพยากรในพื้นที่ สถานการณ์ดังกล่าวกลายเป็นความท้าทายสำคัญของผู้กำหนดนโยบายของอียู ที่ต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยี ควบคู่กับการรับฟังข้อห่วงกังวลจากภาคประชาชน

 

1. การพัฒนาData Centre ในอียู

“ศูนย์ข้อมูล” หรือ “Data Centre” เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล รวมถึงรองรับการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำนักข่าวRapporteur รายงานว่า ปัจจุบัน ภูมิภาคยุโรปมีขีดความสามารถในการประมวลผล AI คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 5 ของทั่วโลก เทียบกับสหรัฐฯ ที่มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 75 ด้วยเหตุนี้ อียูจึงตั้งเป้าหมายเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผล AI เป็น 3 เท่าจากระดับปัจจุบัน โดยเร่งขยาย Data Centre เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว อย่างไรก็ดี การก่อสร้างและดำเนินงานของ Data Centre ต้องอาศัยพลังงาน น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก จึงนำไปสู่ข้อกังวลของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

 

2. ข้อกังวลของภาคประชาชนต่อการสร้าง Data Centre

กระแสการคัดค้านการก่อสร้างและการขยาย Data Centre มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของภาคประชาชนในหลายประเด็น อาทิ 1) ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น 2) ปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ลดลง 3) ผลกระทบต่อภูมิทัศน์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ 4) มลพิษจากสารเคมี PFAS 5) ความร้อนส่วนเกินจากData Centre ที่อาจทำให้อุณหภูมิในพื้นที่โดยรอบสูงขึ้น และ 6) มลพิษทางเสียง 7) ผลกระทบของ AI ต่อการจ้างงาน และความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวจากการเก็บรวบรวมข้อมูล ทั้งนี้ สำนักข่าว Rapporteur รายงานว่า ได้มีการประท้วงคัดค้านการก่อสร้าง Data Centre ในหลายพื้นที่ อาทิ รัฐอัปเปอร์ออสเตรีย (ออสเตรีย) หุบเขาลัวร์และเมืองมาร์แซย์ (ฝรั่งเศส) รัฐเฮสเซิน (เยอรมนี) รวมถึงไอร์แลนด์และลักเซมเบิร์ก ซึ่งกระแสการประท้วงดังกล่าวจะมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ภาคอุตสาหกรรมได้เริ่มปรับแนวทางการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อข้อกังวลของประชาชน โดยนาง Eulalia Flo รองประธานสมาคม European Data Centre Association ระบุว่า ผู้ประกอบการบางรายอยู่ระหว่างย้ายฐานการก่อสร้าง Data Centre ไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานหมุนเวียนสูง อาทิ สเปน ซึ่งมีแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ หรือประเทศที่มีสภาพอากาศเย็น อาทิ ฟินแลนด์ เพื่อช่วยระบายความร้อนของระบบประมวลผล Data Centre

 

3. หลายพื้นที่ในอียูเริ่มจำกัดการขยายData Centre

แรงกดดันจากภาคประชาชนส่งผลให้หน่วยงานท้องถิ่นในหลายประเทศสมาชิกอียู เริ่มพิจารณาและออกมาตรการจำกัดการก่อสร้าง Data Centre แห่งใหม่ อาทิ เนเธอร์แลนด์ ได้บังคับใช้มาตรการจำกัดการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2568 ส่งผลให้การดำเนินการสร้างData Centre ขนาดใหญ่จำเป็นต้องถูกระงับการดำเนินการจนถึงปี 2573 ขณะที่ ไอร์แลนด์ ได้ระงับการพัฒนา Data Centre แห่งใหม่ในช่วงปี 2564-2568 และปัจจุบันได้กำหนดเงื่อนไขให้การก่อสร้าง Data Centre แห่งใหม่ต้องมีกำลังการผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่อย่างน้อยร้อยละ 80 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด นอกจากนี้ เดนมาร์กและสเปน ได้เสนอร่างกฎหมายเมื่อต้นปี 2569 เพื่อทบทวนข้อกำหนดในการเชื่อมต่อ Data Centre เข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้า

 

4. ข้อสังเกตต่อร่างกฎหมาย Cloud and AI Development Act (CADA)

เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎหมาย Cloud and AI Development Act (CADA) โดยมีมาตรการสำคัญ คือ การพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมสำหรับการสร้าง Data Centre (Data Centre Acceleration Zones) เพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้าง โดยมีเป้าหมายให้กระบวนการอนุมัติแล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืนตั้งข้อสังเกตว่า การเร่งขยาย Data Centre ภายใต้ร่างกฎหมาย CADA จะสามารถดำเนินควบคู่กับการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพได้เพียงใด เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวมุ่งผ่อนปรนข้อกำหนดด้านการวางผังเมืองและการอนุญาตก่อสร้าง ทว่ายังคงมีอุปสรรคสำคัญในการจัดการความร้อนส่วนเกินจากชิป AI ซึ่งปล่อยความร้อนออกมามากกว่าชิปประมวลผลทั่วไป

 

5. ท่าทีของประเทศสมาชิกต่อร่างกฎหมาย Cloud and AI Development Act (CADA)

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะทำงานของคณะมนตรีแห่งอียูได้หารือเกี่ยวกับร่างกฎหมาย CADA โดย ฝรั่งเศสและออสเตรีย เรียกร้องให้กำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืนในพื้นที่ส่งเสริมสำหรับการสร้าง Data Centre (Data Centre Acceleration Zones) ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขณะที่สเปน ฟินแลนด์ และมอลตา แสดงความกังวลต่อขั้นตอนการอนุมัติของอียูอาจก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติตามกฎหมายภายในประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่หน่วยงานท้องถิ่นมีอำนาจรับผิดชอบด้านการอนุญาตก่อสร้าง

สำหรับประเด็นอธิปไตยทางเทคโนโลยี (Technological Sovereignty) ประเทศสมาชิกอียูมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดย เดนมาร์ก เรียกร้องให้ร่างกฎหมาย CADA ให้ความสำคัญกับการพัฒนา Data Centre ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของอียู (Sovereign Data Centres) มากกว่าการมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลเพียงอย่างเดียว ในทางกลับกัน ฝรั่งเศส มีท่าทีเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประมวลผลของอียู นอกจากนี้ ภาคอุตสาหกรรม ได้แสดงความกังวลต่อมาตรการให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ประกอบการยุโรป (European Preference) ภายใต้ร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเห็นว่าอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่จากสหรัฐฯ ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจลงทุนในภาพรวมได้

 

-

อ้างอิง: https://www.rapporteur.com/news/the-eus-data-centre-growing-pains/?utm_source=rapporteur&utm_medium=newsletter&utm_content=Zone+1&utm_term=0-0&utm_campaign=PRO_EET

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ