คณะกรรมาธิการยุโรปปรับ Google 890 ล้านยูโร ฐานฝ่าฝืนกฎหมาย Digital Markets Act

วันที่นำเข้าข้อมูล 14 ส.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 14 ส.ค. 2569

| 51 view

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปออกคำสั่งปรับบริษัท Googleเนื่องจากได้ฝ่าฝืนกฎหมายตลาดดิจิทัลของอียู (Digital Markets Act: DMA) ใน 2 กรณี ได้แก่ (1) การเอื้อประโยชน์แก่บริการของของ Google ในผลการค้นหา (self-preferencing) และ (2) กำหนดมาตรการห้ามให้ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันชี้นำผู้ใช้งานไปยังข้อเสนอการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่ราคาถูกกว่าใน Google Play Store (Google's anti-steering) โดยคณะกรรมาธิการยุโรปสั่งปรับ Google เป็นเงินจำนวน 460 ล้านยูโร และ 430 ล้านยูโร ตามลำดับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 890 ล้านยูโร

 

1. การฝ่าฝืนกฎหมาย DMA ของบริษัท Google

กรณีที่ 1 คณะกรรมาธิการยุโรปพบว่า Google เอื้อประโยชน์และส่งเสริมให้แก่บริการของตนเองบน Google Search ทั้งบริการด้านการช้อปปิ้ง โรงแรม การขนส่ง และกีฬา ด้วยการแสดงผลในตำแหน่งที่โดดเด่น อาทิ ด้านบนของหน้าผลการค้นหา ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย DMA ที่กำหนดให้การจัดลำดับการแสดงผลต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงสั่งปรับ Google เป็นเงินจำนวนกว่า 460 ล้านยูโร

กรณีที่ 2 คณะกรรมาธิการยุโรปพบว่า Google ได้ฝ่าฝืนกำหนดข้อกำหนดของกฎหมาย DMA เนื่องจากมีการกำหนดมาตรการห้ามให้ผู้พัฒนาแอปฯ นำผู้ใช้งานไปยังข้อเสนอการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นที่ราคาถูกกว่าใน Google Play Store ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงสั่งปรับ Google เป็นเงินจำนวน 430 ล้านยูโร

 

2. แนวทางดำเนินการภายหลังคำวินิจฉัย

คณะกรรมาธิการยุโรปสั่งให้ Google ยุติการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย DMA โดยสำหรับกรณีที่ 1 Google ต้องปฏิบัติต่อบริการของผู้ให้บริการรายอื่นที่ปรากฏในผลการค้นหาอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติเมื่อเทียบกับบริการของตนเอง ส่วนกรณีที่ 2 Google ต้องอนุญาตให้ผู้พัฒนาแอปฯ ทำสัญญากับผู้ใช้ภายนอก Google Play Store ทั้งนี้ Google ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน มิฉะนั้นอาจถูกเรียกเก็บค่าปรับเพิ่มเติมได้

 

3. ผลต่อประเด็นการค้าระหว่างอียูกับสหรัฐฯ

ภายหลังการสั่งปรับบริษัท Google ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจต่อกรณีดังกล่าว และระบุว่าจะเริ่มการไต่สวนตามมาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ซึ่งมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีสามารถตั้งกำแพงภาษีศุลกากร เพื่อตอบโต้แนวปฏิบัติทางการค้าของต่างประเทศที่สร้างภาระอย่างไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ โดยการไต่สวนดังกล่าวอาจนำไปสู่การเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอียูเพิ่มเติม

 

 

-

อ้างอิง:

https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_26_1670

https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1244701

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ