Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป แถลงมาตรการของอียูรับมือวิกฤตพลังงานและ ผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
วันที่นำเข้าข้อมูล 13 ก.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 13 ก.ค. 2569
| 63 view
เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 สหภาพยุโรป (European Union: EU) ได้จัดให้มีการอภิปรายเชิงนโยบาย (Orientation debate) เพื่อประเมินและวางกรอบมาตรการรองรับผลกระทบทางเศรษฐกิจและภาคพลังงานอันสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนาง Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปได้แถลงมาตรการต่อที่ประชุม ซึ่งได้กำหนดแผนดำเนินงานออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้
1. มาตรการเร่งด่วน (Immediate Measures) อาทิ
- การประสานงานด้านพลังงานกับประเทศสมาชิก: ยกระดับการประสานงานเกี่ยวกับการสำรองก๊าซธรรมชาติและน้ำมันร่วมกันของรัฐสมาชิก เพื่อป้องกันการแข่งขันสะสมพลังงานระหว่างกัน และรักษากลไกตลาดร่วม (Single Market) ให้มีเสถียรภาพ
- การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง: เพิ่มความยืดหยุ่นทางกฎระเบียบให้กับรัฐสมาชิกเพื่อให้สามารถออกมาตรการเยียวยาภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างทันท่วงที
- การลดความต้องการใช้พลังงาน: ส่งเสริมมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน อาทิ การปรับปรุงอาคารและเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานโดยรวม
2. มาตรการเชิงโครงสร้าง (Structural Measures) อาทิ
- การสร้างเสถียรภาพราคาคาร์บอนและต้นทุนพลังงาน: มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพของราคาคาร์บอนในระบบซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emissions Trading System: ETS) ผ่านการปรับปรุงกลไกกองทุนรักษาเสถียรภาพตลาด (Market Stability Reserve) รวมทั้งการจัดทำข้อเสนอเชิงกฎหมายเกี่ยวกับภาษีไฟฟ้าและค่าบริการโครงข่าย
- การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด: เร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งรวมกันมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 70 ของการผลิตไฟฟ้าในสหภาพยุโรปพร้อมพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (storage) และโครงข่ายไฟฟ้า (grids package)
- กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ไฟฟ้า (Electrification): กำหนดเป้าหมายในการลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าและเสริมสร้างความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (strategic autonomy)
- การระดมทุนและการลงทุน: สนับสนุนให้ประเทศสมาชิกใช้เงินทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป อาทิ Cohesion Funds อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการระดมเงินลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้น
-
อ้างอิง:
https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/statement_26_800
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบTOP