Timeline การบังคับใช้ข้อกำหนด due diligence ภายใต้กฎระเบียบต่าง ๆ ของอียู

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2569

| 4 view

ปัจจุบัน การตรวจสอบสถานะ (due diligence) ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในกรอบกฎหมายต่าง ๆ ของอียู ซึ่งเป็นแนวทางที่อียูนำมาใช้ในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน การตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท ตลอดจนการตรวจสอบสินค้าและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามเป้าหมายด้านสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของอียู ทั้งนี้ อียูได้ทยอยกำหนดข้อกำหนดในประเด็นต่าง ๆ ผ่านกฎหมายหลายฉบับ ซึ่งมีขอบเขตและช่วงเวลาการบังคับใช้แตกต่างกัน

บทความนี้จึงนำเสนอกรอบเวลาและพัฒนาการของกฎหมาย 4 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวและจะทยอยมีผลบังคับใช้ในอนาคต ได้แก่ 1) คำสั่งว่าด้วยการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Reporting Directive: CSRD) 2) คำสั่งว่าด้วยการตรวจสอบด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Due Diligence Directive: CSDDD) 3)กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR) และ 4) กฎระเบียบว่าด้วยการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labour Regulation: FLR) ซึ่งแต่ละฉบับมีขอบเขตและกำหนดการบังคับใช้แตกต่างกัน ดังนี้

 

1. ขอบเขตและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสถานะ (due diligence)

 

    1) คำสั่งว่าด้วยการรายงานด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Reporting Directive: CSRD)

  • สาระสำคัญ: จัดทำรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานด้าน ESG ตามมาตรฐานที่กำหนด และกำหนดให้มีการตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว (limited assurance)
  • ขอบเขตการบังคับใช้: ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่ในอียูที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และมีรายได้มากกว่า 450 ล้านยูโร นอกจากนี้ ยังครอบคลุมกลุ่มบริษัทจากประเทศ non-EU ที่มีรายได้จากอียูมากกว่า 450 ล้านยูโร และมีบริษัทย่อยหรือสาขาในอียูที่มีรายได้มากกว่า 200 ล้านยูโร
  • กำหนดการเริ่มมีผลบังคับใช้: ทยอยมีผลบังคับใช้ในช่วงปี 2568-2572 (ค.ศ. 2025-2029)

 

     2) คำสั่งว่าด้วยการตรวจสอบด้านความยั่งยืนขององค์กร (Corporate Sustainability Due Diligence Directive: CSDDD)

  • สาระสำคัญ: กำหนดให้มีการตรวจสอบสถานะ (due diligence) ด้านสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงดำเนินมาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  • ขอบเขตการบังคับใช้: ครอบคลุมบริษัทขนาดใหญ่พิเศษ โดยจะทยอยกำหนดขอบเขตการบังคับใช้ เริ่มจากบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 5,000 คน และมีรายได้มากกว่า 1,500 ล้านยูโร รวมถึงบริษัทจากประเทศ non-EU ที่มีรายได้จากอียูมากกว่า 1,500 ล้านยูโร
  • กำหนดการเริ่มมีผลบังคับใช้: 26 กรกฎาคม 2572 (ค.ศ. 2029)

 

     3) กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EU Deforestation Regulation: EUDR)

  • สาระสำคัญ: กำหนดให้มีการตรวจสอบย้อนกลับสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้ EUDR 7 ประเภท ได้แก่ โค โกโก้ กาแฟ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ถั่วเหลือง และไม้ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า
  • ขอบเขตการบังคับใช้: ครอบคลุมผู้ประกอบการและผู้ค้าที่นำสินค้าที่อยู่ภายใต้ EUDRออกสู่ตลาดอียูหรือส่งออกสินค้าดังกล่าวจากอียู
  • กำหนดการเริ่มมีผลบังคับใช้: เริ่มมีผลบังคับใช้กับผู้ประกอบการและผู้ค้าขนาดใหญ่และขนาดกลางตั้งแต่วันที่30 ธันวาคม 2569 (ค.ศ. 2026) และจะขยายไปยังผู้ประกอบธุรกิจประเภท SMEs ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2570 (ค.ศ. 2027)

     4) กฎระเบียบว่าด้วยการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labour Regulation: FLR)

  • สาระสำคัญ: ห้ามนำเข้า จำหน่าย หรือส่งออกสินค้าที่ผลิตโดยใช้แรงงานบังคับ
  • ขอบเขตการบังคับใช้: ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกประเภท โดยไม่มีการกำหนดเกณฑ์ด้านจำนวนพนักงานหรือรายได้ และใช้บังคับกับสินค้าทุกประเภท
  • กำหนดการเริ่มมีผลบังคับใช้: 14 ธันวาคม 2570 (ค.ศ. 2027)

 

2. Timeline การดำเนินการและการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสถานะ (due diligence)

  • ปี 2569 (ค.ศ. 2026)
    • 12 มิถุนายน 2569 (ค.ศ. 2026) – CSDDD: คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (public consultation) เกี่ยวกับประเด็นที่ควรจัดทำแนวทางเพิ่มเติม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้ CSDDD โดยสิ้นสุดการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569
    • 26 มิถุนายน 2569 (ค.ศ. 2026) – FLR:คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานการตรวจสอบสถานะ (due diligence) ภายใต้กฎระเบียบ FLR[1]
    • 3 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) – CSRD: คณะกรรมาธิการยุโรปรับรอง กฎหมายลำดับรองว่าด้วยมาตรฐานการรายงานด้านความยั่งยืนของอียูฉบับปรับปรุง[2](European Sustainability Reporting Standards: ESRS) ตามแนวทางการลดภาระด้านกฎระเบียบภายใต้ชุดกฎหมาย Omnibus
    • 13 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) – EUDR:คณะกรรมาธิการยุโรปรับรองกฎหมายลำดับรอง 2 ฉบับ ได้แก่ 1) กฎหมายลำดับรองว่าด้วยการปรับปรุงขอบเขตผลิตภัณฑ์ภายใต้กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (Delegated act on the product scope of the EU Deforestation Regulation) และ 2) กฎหมายลำดับรองว่าด้วยระบบสารสนเทศ (Implementing Act on the Information System)
    • 20 กรกฎาคม 2569 (ค.ศ. 2026) – EUDR: คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่แนวปฏิบัติเกี่ยวกับกฎระเบียบ EUDR ฉบับปรับปรุง[3] (guidance document)
    • 30 ธันวาคม 2569 (ค.ศ. 2026) – EUDR:กฎระเบียบ EUDR จะเริ่มมีผลใช้บังคับกับผู้ประกอบการ ผู้ส่งออก และผู้ค้าขนาดใหญ่และขนาดกลาง

 

  • ปี 2570 (ค.ศ. 2027)
    • มกราคม 2570 (ค.ศ. 2027) – CSRD: EFRAG มีกำหนดเสนอข้อเสนอแนะทางเทคนิคต่อคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อจัดทำมาตรฐาน ESRS ฉบับปรับปรุง (simplified ESRS) สำหรับบริษัทจากประเทศ non-EU
    • 30 มิถุนายน 2570 (ค.ศ. 2027) – EUDR: กฎระเบียบ EUDR เริ่มมีผลใช้บังคับกับผู้ประกอบการขั้นต้นรายย่อยและรายเล็ก (micro and small primary enterprises)
    • กรกฎาคม 2570 (ค.ศ. 2027) – CSRD: คณะกรรมาธิการยุโรปมีกำหนดออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับมาตรฐานการตรวจสอบข้อมูลด้านความยั่งยืน (limited assurance)
    • กรกฎาคม 2570 (ค.ศ. 2027) – CSDDD:คณะกรรมาธิการยุโรปมีกำหนดออกแนวปฏิบัติเกี่ยวกับ CSDDD ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ วิธีการประเมินความเสี่ยง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นต้น ทั้งนี้ จะมีการเผยแพร่สัญญาต้นแบบ Model Contractual Clauses (MCCs) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดทำสัญญากับคู่ค้า
    • 14 ธันวาคม 2570 (ค.ศ. 2027) – FLR: ข้อกำหนดการห้ามจำหน่ายสินค้าภายใต้ FLRจะมีผลบังคับใช้ในทั้ง 27 ประเทศสมาชิกอียู โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการถอนสินค้าออกจากตลาดและมาตรการห้ามนำเข้าผ่านศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบ

 

  • ปี 2571 (ค.ศ. 2028)
    • CSRD: บริษัทขนาดใหญ่ในอียู (กลุ่ม wave 2) ซึ่งอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ปรับปรุงตามชุดกฎหมาย Omnibus โดยมีพนักงานมากกว่า 1,000 คน และมีรายได้มากกว่า 450 ล้านยูโร จะต้องจัดทำรายงานตามข้อกำหนดของ CSRD
    • FLR: ข้อกำหนดการห้ามจำหน่ายสินค้าภายใต้ FLR จะมีผลบังคับใช้ในทั้ง 27ประเทศสมาชิกอียู โดยจะเริ่มบังคับใช้มาตรการถอนสินค้าออกจากตลาดและมาตรการห้ามนำเข้าผ่านศุลกากรอย่างเต็มรูปแบบ
    • 26 กรกฎาคม 2571 (ค.ศ. 2028) – CSDDD: กำหนดให้ประเทศสมาชิกตรากฎหมายภายในตามคำสั่ง CSDDD โดยต้องแจ้งคณะกรรมาธิการยุโรปล่วงหน้า เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งอียู

 

  • ปี 2572 (ค.ศ. 2029)
    • CSRD บริษัทแม่ที่จัดตั้งอยู่นอกอียู (non-EU parent companies) ซึ่งมีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนด (turnover thresholds) จะต้องจัดทำรายงานความยั่งยืนตามข้อกำหนดของ CSRD
    • 26 กรกฎาคม 2572 (ค.ศ. 2029) – CSDDD: บริษัทที่อยู่ในขอบเขตของ CSDDDต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายดังกล่าว โดยคาดว่าจะต้องเปิดเผยการดำเนินการดังกล่าวในรายงานประจำปีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2573 (ค.ศ. 2030)

 

-

อ้างอิง: https://147975910.fs1.hubspotusercontent-eu1.net/hubfs/147975910/DueDiligenceFramework_Timeline2026.pdf

 

[1] Guidelines on the application of Regulation (EU) 2024/3015 on prohibiting products made with forced labour on the Union market. สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://webgate.ec.europa.eu/circabc-ewpp/d/d/workspace/SpacesStore/3b159733-6cdf-4f9e-8b30-80580c0679d8/download

[2] Commission Delegated Regulation of 3 July 2026 amending Delegated Regulation (EU) 2023/2772 as regards the simplification of certain sustainability reporting standards https://ec.europa.eu/finance/docs/level-2-measures/csrd-delegated-act-2026-5010_en.pdf  ทั้งนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://finance.ec.europa.eu/news/commission-adopts-revised-sustainability-reporting-standards-reduce-administrative-burdens-eu-2026-07-03_en

[3] Guidance document for Regulation (EU) 2023/1115 on deforestation-free products สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=OJ:C_202603896

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ