ไอซ์แลนด์ลงมติไม่รื้อฟื้นการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียู

วันที่นำเข้าข้อมูล 24 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 ก.ย. 2569

| 30 view

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ประชาชนชาวไอซ์แลนด์ได้ลงประชามติต่อข้อเสนอให้รัฐบาลกลับมาเปิดการเจรจาเพื่อเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อีกครั้ง หลังจากหยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีผู้มาใช้สิทธิสูงถึงร้อยละ 82.5 โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 52.8 ลงมติไม่เห็นด้วยต่อข้อเสนอ ส่งผลให้รัฐบาลไอซ์แลนด์ชุดปัจจุบันยังไม่สามารถรื้อฟื้นการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียูต่อได้

 

ท่าทีของอียูก่อนการลงประชามติของไอซ์แลนด์

ในช่วงก่อนการลงประชามติ อียูแสดงท่าทีเปิดกว้างต่อการรื้อฟื้นการเจรจาของไอซ์แลนด์มาโดยตลอด โดยมองว่าหากไอซ์แลนด์ซึ่งมีความพร้อมและความใกล้ชิดกับอียูตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกอีกครั้ง จะช่วยสนับสนุนอียูให้มีความเข้มแข็งในทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาร์กติก และมีความใกล้ชิดในด้านเศรษฐกิจมากขึ้น ในเดือนมีนาคม 2569 นาง Kaja Kallas ผู้แทนระดับสูงและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (High Representative and Vice-President: HRVP) กล่าวในพิธีลงนามความตกลงหุ้นส่วนด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศระหว่างอียูกับไอซ์แลนด์ว่า หากไอซ์แลนด์ตัดสินใจเดินหน้าสู่การเป็นสมาชิกอียู ไอซ์แลนด์จะเป็น “ประเทศแนวหน้า” (front runner) ในกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกที่อียูพร้อมให้การสนับสนุน[1]

อย่างไรก็ตาม จากกระแสของฝ่ายคัดค้านการรื้อฟื้นการเจรจาในไอซ์แลนด์ที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกระแสความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียอำนาจในด้านเศรษฐกิจและการบริหารจัดการทรัพยากรประมง ก่อนวันลงประชามติ นาง Paula Pinho โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวในประเด็นดังกล่าวว่าการตัดสินใจว่าจะกลับมาเปิดการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียูอีกครั้งเป็นเรื่องที่ประชาชนไอซ์แลนด์ต้องเป็นผู้ตัดสินใจ และอียูจะรอรับทราบผลการลงประชามติ และคณะกรรมาธิการยุโรปไม่ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมต่อประเด็นดังกล่าว[2]

 

ผลประชามติและท่าทีของอียู

ผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ปรากฏว่า ร้อยละ 52.8 ลงมติไม่เห็นชอบต่อการกลับมาเปิดการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียู ขณะที่ร้อยละ 47.2 ลงมติเห็นชอบ ส่งผลให้รัฐบาลไอซ์แลนด์ซึ่งมีท่าทีสนับสนุนการรื้อฟื้นการเจรจา ต้องยุติการผลักดันการรื้อฟื้นการเจรจาเข้าเป็นสมาชิกอียู และคงสถานะความสัมพันธ์กับอียูตามกรอบความตกลงเดิม ได้แก่กรอบความตกลงเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area: EEA) ที่ไอซ์แลนด์เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเดียวของอียู และความตกลงเชงเกนเพื่อการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีในปัจจุบัน

ภายหลังทราบผลการลงประชามติ คณะกรรมาธิการยุโรปแสดงท่าทีรับทราบและเคารพการตัดสินใจของประชาชนไอซ์แลนด์ พร้อมย้ำว่าไอซ์แลนด์ยังคงเป็น “พันธมิตรที่ใกล้ชิด” (close partner) ของอียู ด้านนาย António Costa ประธานคณะมนตรียุโรป ได้ส่งข้อความถึงนาง Kristrún Frostadóttir นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ โดยโฆษกของนาย Costa เผยว่า ผู้นำทั้งสองแสดงความประสงค์ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอียูและไอซ์แลนด์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นาย Costa ย้ำว่า อียูเคารพการตัดสินใจของประชาชนไอซ์แลนด์ และไอซ์แลนด์ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจของอียู

 

ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการลงประชามติในครั้งนี้

ประเด็นสำคัญประการแรก คือ ความกังวลต่ออำนาจในการบริหารจัดการภาคประมงภาคประมงเป็นอุตสาหกรรมสำคัญต่อเศรษฐกิจของไอซ์แลนด์มาอย่างยาวนาน โดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 8 ของ GDP และเกือบร้อยละ 40 ของมูลค่าการส่งออก การเข้าเป็นสมาชิกอียูจะทำให้ไอซ์แลนด์อยู่ภายใต้นโยบายประมงร่วม (Common Fisheries Policy: CFP) ของอียูซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และโควตาการทำประมงร่วมกัน จึงเกิดความกังวลว่าไอซ์แลนด์อาจสูญเสียอำนาจอธิปไตยในการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการทรัพยากรประมงของประเทศ อาทิ อำนาจในการกำหนดโควตาจับปลา ปริมาณการจับสูงสุดที่อนุญาต ฤดูกาลจับปลา วิธีการทำประมง รวมถึงต้องเปิดน่านน้ำให้ชาติสมาชิกอียูอื่น ๆ เข้ามาทำการประมงร่วมด้วยได้

อีกประเด็นหนึ่ง คือ ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับอียูภายใต้สถานะปัจจุบัน (Status Quo) ไอซ์แลนด์เป็นสมาชิกตลาดเดียวของอียูตามความตกลง EEA และอยู่ในเขตเชงเกน รวมถึงเข้าร่วมในโครงการความร่วมมือและดำเนินการกฎระเบียบต่าง ๆ ของอียูอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเห็นว่าสถานะปัจจุบันสามารถให้ประโยชน์จากความร่วมมือกับอียูได้ในระดับสูง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบที่ทำให้ต้องสูญเสียอำนาจในการตัดสินใจและต้องรับพันธกรณีเพิ่มเติม

การลงประชามติเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ไอซ์แลนด์จึงเลือกที่จะคงรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยืดหยุ่นกับอียูมากที่สุด โดยมุ่งเน้นการรักษาอำนาจในการตัดสินใจหรือกำหนดนโยบายของตน โดยคงสถานะความสัมพันธ์เดิมที่มีอยู่ ขณะที่การรื้อฟื้นการเจรจาในอนาคตยังต้องติดตามต่อไป

 

 -

อ้างอิง:

https://www.euronews.com/my-europe/2026/08/30/iceland-says-no-four-takeaways-from-the-eu-accession-referendum

https://www.euronews.com/my-europe/2026/08/30/a-close-partner-eu-offers-muted-reaction-after-iceland-rebuffs-accession-talks

 

[1] https://www.eeas.europa.eu/eeas/iceland-remarks-high-representative-kallas-eu-iceland-security-and-defence-partnership-signing_en

[2] https://audiovisual.ec.europa.eu/en/media/video/I-293577

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ