อียู-จีน กำหนดโควตานำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีน 350,000 คันต่อปี

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ต.ค. 2569

| 10 view

เมื่อวันที่ 8-9 ตุลาคม 2569 สหภาพยุโรป (อียู) และจีนได้จัดการประชุม EU-China Trade and Investment Consultations (TIC) ครั้งที่ 2 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนาย Maroš Šefčovič กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และนาย Wang Wentao รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จีน เป็นประธานร่วม เพื่อหารือประเด็นสำคัญด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองฝ่าย การประชุมครั้งนี้มีความคืบหน้าในประเด็นการค้ารถยนต์ไฮบริดระหว่างอียูกับจีน ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในแนวทางจำกัดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่ตลาดอียูที่ 350,000 คันต่อปี โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

 

1. แนวทางการจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนมายังอียู

อียูและจีนเห็นพ้องแนวทางการจำกัดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่ตลาดอียู โดยกำหนดโควตาไว้ที่ 350,000 คัน และจะปรับเพิ่มโควตาดังกล่าวร้อยละ 6 ต่อปี มาตรการดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลาบังคับใช้ 4 ปี และคาดว่า จะเริ่มมีผลบังคับใช้ (entry into force) ในเดือนธันวาคม 2569 ทั้งนี้ การจำกัดปริมาณการนำเข้าดังกล่าวจะดำเนินการภายใต้มาตรการปกป้องการค้าตามกรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) ซึ่งจะช่วยให้อียูสามารถดำเนินมาตรการได้รวดเร็ว เนื่องจากไม่ต้องผ่านกระบวนการสอบสวนในลักษณะเดียวกับการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping Measures)

มาตรการดังกล่าวจะพิจารณาตามหลักถิ่นกำเนิดสินค้า (Rule of Origin) โดยสำนักข่าว The Guardian รายงานว่า รถยนต์ที่นำเข้าเกินโควตาจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม แต่จะถูกระงับไว้ที่ศุลกากรบริเวณท่าเรือในยุโรปและไม่สามารถเข้าสู่ตลาดอียูได้ สำหรับรถยนต์แบรนด์จีนที่ประกอบภายในอียู จะได้รับการยกเว้นจากโควตาดังกล่าว ส่วนรถยนต์ของบริษัทอียูที่ผลิตในจีนยังคงอยู่ภายใต้มาตรการนี้ ทั้งนี้ หลักการนี้ยังคงไม่แน่นอน โดยอาจเรียกเก็บภาษีรถยนต์ไฮบริดที่เกินโควตาในอัตราสูงก็เป็นได้

 

2. สาเหตุ: การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฮบริดจากจีนในตลาดอียู

มาตรการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากความกังวลของอียูต่อปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนฐานการผลิตและการจ้างงานในอียู โดยข้อมูลศุลกากรจีนระบุว่า มูลค่าการส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนไปยังอียูในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 พุ่งสูงขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จากเดิม 2,200 ล้านยูโร เพิ่มเป็น 6,700ล้านยูโร ในเชิงนโยบาย สะท้อนให้เห็นว่าอียูกำลังปรับแนวทางรับมือกับความไม่สมดุลทางการค้ากับจีน จากเดิมที่มุ่งเพิ่มการส่งออกไปยังจีน มาให้ความสำคัญกับการควบคุมการนำเข้ามากขึ้น เพื่อรับมือปัญหาเกี่ยวกับการลดลงของฐานการผลิตในยุโรปและการสูญเสียแรงงานในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญ ซึ่งคาดว่าข้อตกลงนี้จะส่งผลให้การส่งออกรถยนต์ไฮบริดจากจีนไปยุโรปลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปริมาณในปี 2569

 

3. ท่าทีของภาคส่วนต่าง ๆ

  • ท่าทีของอียูนาย Maroš Šefčovič[1] ระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยลดปริมาณการส่งออกรถยนต์ไฮบริด (hybrid vehicles) และรถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) จากจีนไปยังอียูได้มากกว่าร้อยละ 50 โดยคาดว่าจำนวนรถยนต์ที่ส่งออกจะลดลงหลายล้านคันตลอดระยะเวลา 4 ปี ด้านนาย Bernd Lange[2] ประธานกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสภายุโรป (INTA) เห็นว่าการลดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนจะช่วยบรรเทาแรงกดดันแก่ผู้ผลิตรถยนต์ในอียูได้โดยไม่จำเป็นต้องปิดกั้นตลาดอียู
  • ท่าทีของจีนเมื่อวันที่12 ตุลาคม 2569 โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน[3] รายงานว่า จีนและอียูได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับการค้ารถยนต์ไฮบริด โดยยึดหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) การเคารพในหลักข้อเท็จจริง (2) การไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้ประกอบการจีน และ (3) การยึดมั่นในหลักการของ WTO ทั้งสองฝ่ายตกลงกำหนดปริมาณการส่งออกให้สูงกว่าระดับปี2568 เพื่อรักษาโอกาสในการส่งออกของผู้ประกอบการจีน ทั้งนี้ ฝ่ายจีนเห็นว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดทางการค้า และส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับอียูให้มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น
  • สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป[4](ACEA) เห็นว่าข้อตกลงนี้เป็นพัฒนาการเชิงบวกที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดทางการค้าระหว่างอียูกับจีน และอาจช่วยให้การขยายตลาดของผู้ผลิตรถยนต์จีนในอียูเป็นไปอย่างเหมาะสมในระยะยาว อย่างไรก็ดี ACEA ระบุว่ายังต้องศึกษารายละเอียดของข้อตกลงให้ครบถ้วนก่อนประเมินผลกระทบ โดยเฉพาะผลกระทบจากการนำเข้ารถโดยสารสาธารณะและรถบรรทุกจากจีน

 

4. กำหนดการเริ่มดำเนินการและการมีผลใช้บังคับ

คาดว่าอียูจะเริ่มดำเนินการการจำกัดการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2569 อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางเทคนิคและขั้นตอนการดำเนินการอย่างเป็นทางการ จึงต้องติดตามความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ จีนและอียูมีกำหนดหารือการประชุม EU-China Trade and Investment Consultations (TIC) ครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคม 2570

 

5. บทสรุป: นัยต่อประเทศไทย

การจำกัดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนเข้าสู่ตลาดอียู เป็นการดำเนินการภายใต้มาตรการ Safeguard Measures ภายใต้กรอบของ WTO ซึ่งโดยหลักจะกำหนดให้ใช้มาตรการกับสินค้านำเข้าโดยไม่คำนึงถึงประเทศต้นทาง (irrespective of its source) ดังนั้น หากอียูดำเนินมาตรการในลักษณะดังกล่าว จึงมีประเด็นต้องติดตามว่ามาตรการจะครอบคลุมเฉพาะรถยนต์ไฮบริดจากจีนหรือรวมถึงประเทศคู่ค้ารายอื่นด้วย และรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตในไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่ ทั้งนี้ ต้องติดตามรายละเอียดของมาตรการและการจัดสรรโควตานำเข้าให้แก่ประเทศคู่ค้าแต่ละประเทศอย่างเป็นทางการต่อไป

สำหรับไทย มาตรการดังกล่าวอาจส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกฐานการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยอาจเพิ่มแรงจูงใจให้บริษัทพิจารณากระจายการผลิตไปยังประเทศอื่น รวมถึงไทย ซึ่งมีฐานการผลิตรถยนต์จากผู้ผลิตหลายสัญชาติอยู่แล้ว ทั้งผู้ผลิตญี่ปุ่นที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฮบริด และผู้ผลิตจีนที่เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและขยายตลาดในไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากผู้ผลิตจีนเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฮบริดในไทย ควรติดตามว่าการผลิตจะมุ่งส่งออกไปยังตลาดอียูหรือจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากหากเน้นส่งออก ผลต่อการแข่งขันและราคาในไทยอาจมีไม่มากนัก แต่หากเพิ่มอุปทานในประเทศ ก็อาจเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขันต่อผู้ผลิตรายเดิม โดยเฉพาะผู้ผลิตญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี ผลต่อราคาจำหน่ายยังขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิตและชิ้นส่วน ภาษีและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง อุปสงค์ในประเทศ และกลยุทธ์ด้านราคาของแต่ละบริษัท

 

-

อ้างอิง:

- Forefront, “EU-China ‘trade talks’: Q&A on what has been agreed”

- https://www.theguardian.com/environment/2026/oct/12/eu-deal-china-limit-imports-hybrid-electric-vehicles

- https://www.breakingviews.com/columns/breaking-view/chinas-eu-car-cuts-roar-confidence-not-climbdown-2026-10-12/?utm_source=reuters.com&utm_medium=referral

 

[1] https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/de/statement_26_2122

[2] https://www.tagesschau.de/ausland/asien/hybrid-autos-china-100.html

[3] https://www.mofcom.gov.cn/xwfb/sjfzrfb/art/2026/art_4d502e1d49fd4480b39a6cfd0d752038.html

[4] https://www.acea.auto/press-release/acea-welcomes-eu-china-interim-deal-as-positive-step-towards-easing-trade-tensions/

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ