อียูผลักดัน Chips Act 2.0 เสริมสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยี

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ต.ค. 2569

| 15 view

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ที่ประชุมรัฐมนตรีประเทศสมาชิกอียูด้านความสามารถในการแข่งขันได้ร่วมหารือร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0[1] ซึ่งเป็นกลไกสำคัญภายใต้ชุดมาตรการด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยีของอียู[2] (European Technological Sovereignty Package) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในอียู และลดระดับการพึ่งพาเทคโนโลยีจากประเทศที่สาม ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนทัศนะและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางขับเคลื่อนร่างกฎระเบียบดังกล่าว

 

1. ที่มาและสาระสำคัญของร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของยุโรปกำลังเผชิญความท้าทายจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตและการพึ่งพาปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ โดยปัจจุบันอียูผลิตเซมิคอนดักเตอร์ได้เพียงประมาณร้อยละ 10.5 ของการผลิตทั่วโลก นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยังพึ่งพาวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศ เช่น แร่ธาตุหายากและแม่เหล็กถาวรจากจีน ตลอดจนซอฟต์แวร์ออกแบบชิป (EDA) จากสหรัฐฯ ขณะที่ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนภาคเอกชน และภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมปลายน้ำ ล้วนเป็นปัจจัยที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายการลงทุนของผู้ผลิตชิปในอียู

เพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เสนอร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0 เพื่อปรับปรุงกฎระเบียบเดิม European Chips Act ฉบับปี 2566 โดยมุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ตลอดห่วงโซ่คุณค่า และเน้นการกระตุ้นอุปสงค์การใช้ชิปภายในอียูผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ 1) การส่งเสริมการลงทุนโดยเร่งรัดการอนุมัติโครงการและพัฒนาทักษะแรงงาน 2) การกระตุ้นอุปสงค์การใช้ชิปที่ออกแบบและผลิตในอียูทั้งในภาคอุตสาหกรรมและการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐ3) การสนับสนุนการวิจัย การออกแบบ และการผลิตชิปสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ 4)การเสริมสร้างความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดการพึ่งพาต่างชาติ ควบคู่กับการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ

 

2. ท่าทีและข้อเสนอของประเทศสมาชิก

ในการประชุมรัฐมนตรีประเทศสมาชิกอียูเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ได้มีการหารือเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0 ประเทศสมาชิกต่าง ๆ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนร่างกฎระเบียบดังกล่าว และได้เสนอแนะแนวทางขับเคลื่อนเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของอียูด้านชิป ดังนี้

  • การพัฒนาอุตสาหกรรมชิปควบคู่กับสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ ประเทศสมาชิกเห็นพ้องว่า อธิปไตยทางเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องหมายถึงการพึ่งพาตนเองโดยสมบูรณ์ โดยอียูควรรักษาความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร ควบคู่กับการพัฒนาชิปมูลค่าสูงในสาขาที่อียูมีความเชี่ยวชาญ เช่น ควันตัม (Quantum) และโฟโตนิกส์ (Photonics) ตลอดจนเทคโนโลยีด้าน AI อวกาศ กลาโหม และสุขภาพ
  • การกระจายโอกาสและการลงทุนอย่างครอบคลุม สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ และโรมาเนียเน้นย้ำให้กระจายการลงทุนด้านการผลิตชิปอย่างทั่วถึงทุกภูมิภาคของอียู และเปิดโอกาสให้ SMEs และภาคอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องสามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างทั่วถึง
  • การกำหนดหลักเกณฑ์สัญชาติผู้ประกอบการและการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐฝรั่งเศสเสนอว่า นิยามของ “กิจการภายในอียู” (domestic undertaking) ควรกำหนดจากที่ตั้งของฐานการผลิตภายในอียูเป็นลำดับแรก ก่อนพิจารณาสัญชาติของบริษัท เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในภูมิภาค พร้อมทั้งระบุถึงความร่วมมือกับเนเธอร์แลนด์ในการผลักดันหลักเกณฑ์ที่ให้สิทธิแก่ผู้ประกอบการยุโรป (European Preference) ในการจัดซื้อจัดจ้างโดยภาครัฐด้านดิจิทัล
  • ข้อเรียกร้องให้ใช้มาตรการปกป้องการผลิตซิลิคอนของยุโรป ฝรั่งเศสได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกำหนดราคาต่ำกว่าทุนของจีน (predatory pricing) ในตลาดซิลิคอน ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำคัญในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ จึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยุโรปเร่งกำหนดมาตรการปกป้องทางการค้า (trade defense measures) รวมถึงการลงทะเบียนการนำเข้าและการออกมาตรการป้องกันก่อนสิ้นปี 2569

 

ร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0 เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการด้านอธิปไตยทางเทคโนโลยีของอียู ซึ่งขับเคลื่อนควบคู่กับ 1) กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาคลาวด์และ AI (Cloud and AI Development Act: CADA) 2) ยุทธศาสตร์ Open Source ของอียู และ 3)แผนงานเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ในภาคพลังงาน โดยมีแนวทางร่วมกันในการเสริมสร้างขีดความสามารถของอียูตลอดห่วงโซ่มูลค่าทางเทคโนโลยี ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ การหารือของรัฐมนตรีประเทศสมาชิกเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เป็นการแลกเปลี่ยนแนวทางเชิงนโยบายเบื้องต้น มิใช่การเห็นชอบร่างกฎระเบียบขั้นสุดท้าย โดยข้อเสนอ Chips Act 2.0 ยังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาทางนิติบัญญัติของอียู โดยอียูตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับร่างกฎระเบียบดังกล่าวภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2570

 

-

อ้างอิง:

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13945/1/chips-and-tech-sovereignty-eu-cannot-do-without-third-country-partners-member-states-warn 

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13880/3/semiconductors-eu-wants-to-secure-its-place-in-global-market-and-shield-itself-against-supply-disruptions-linked-to-geopolitical-shocks

- https://www.facebook.com/ModernManufacturingNews/photos/mm-thailand-news-eu-เตือนอุตสาหกรรมชิปเผชิญ-อนาคตมืดมน-ถูกกดดันจากจีน-สหรัฐฯ-เร่/1466400725507052/ 

 

[1] ร่างกฎระเบียบ Chips Act 2.0 (Proposal for a REGULATION OF THE EUROPEAN PARLIAMENT AND OF THE COUNCIL on a framework of measures for strengthening the Union’s semiconductor ecosystem,repealing Regulation (EU) 2023/1781) สืบค้นได้ที่ https://digital-strategy.ec.europa.eu/en/library/proposal-chips-act-20

[2] https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_26_1187

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ