องุ่นปรับแต่งยีน (gene-edited grapevines) กับข้อกังวลของกลุ่มอุตสาหกรรมไวน์
วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ค. 2569
สหภาพยุโรป (European Union: EU) อาจเอื้อให้มีการใช้ “ต้นองุ่นปรับแต่งยีน” (gene-edited grapevines) ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตไวน์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยังคงแสดงความกังวลในประเด็นสิทธิบัตรและกฎหมายด้านไวน์ของอียู อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไวน์ไม่สามารถวางขายออกสู่ตลาดได้
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีจีโนมใหม่ (New Genomic Techniques: NGTs) ได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการพลิกโฉมภาคการเกษตรของอียู รวมถึงอุตสาหกรรมไวน์ เนื่องจากช่วยให้นักปรับปรุงพันธุ์สามารถพัฒนาต้นองุ่นให้ต้านทานต่อโรคพืช ศัตรูพืช และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งลดการพึ่งพาการใช้สารกำจัดศัตรูพืชได้ ทว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน ในบริบทของอุตสาหกรรมไวน์ ผู้ผลิตไวน์และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้แสดงความกังวลในประเด็นการจดสิทธิบัตรของพืช NGTs ตลอดจนความสอดคล้องระหว่างกฎระเบียบเกี่ยวกับพืชที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยีNGTs[1] กับกฎหมายด้านไวน์ของอียู (EU wine legislation) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการนำผลิตภัณฑ์ไวน์ออกสู่ตลาด หากมีการนำต้นองุ่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี NGTs มาใช้ในอุตสาหกรรมไวน์ในอนาคต
ข้อกังวลด้านสิทธิบัตรของพืช NGTs
สำนักข่าว Euractiv ได้รายงานว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไวน์บางส่วนเห็นว่า กฎระเบียบว่าด้วยพืชที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี NGTs ยังไม่มีมาตรการเพียงพอในการป้องกันไม่ให้พืช NGTs ถูกจดสิทธิบัตรและตกอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทเกษตรรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีของผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชและผู้ปลูกองุ่นได้ทั้งนี้ นาย Ignacio Sánchez Recarte เลขาธิการสมาคมผู้ประกอบการไวน์แห่งยุโรป (European Committee of Wine Companies: CEEV) ชี้ว่า กฎระเบียบดังกล่าวอาจทำให้ผู้ปลูกองุ่นต้องเผชิญข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร เนื่องจากลักษณะทางพันธุกรรมของพืช NGTs ไม่อาจจำแนกได้ว่าแตกต่างจากการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติอย่างไร ส่งผลให้ผู้ถือสิทธิบัตรอาจดำเนินคดีกับผู้ปลูกองุ่นที่ใช้สายพันธุ์องุ่นดั้งเดิม และผลักภาระให้ผู้ปลูกเป็นฝ่ายพิสูจน์ว่าตนไม่ได้ใช้พืชที่ได้รับความคุ้มครองตามสิทธิบัตร
ข้อจำกัดของกฎหมายด้านไวน์ของอียู
นอกจากประเด็นด้านสิทธิบัตรแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี NGTs ในอุตสาหกรรมไวน์ยังเกิดจากกฎหมายด้านไวน์ของอียู กล่าวคือ แม้ในอนาคตจะมีการนำต้นองุ่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี NGTs มาใช้ในการผลิตไวน์ได้ แต่กฎระเบียบว่าด้วยพันธุ์องุ่นและวัสดุขยายพันธุ์ของอียู (EU rules governing grape varieties and planting material) ยังคงก่อให้เกิดความไม่ชัดเจนว่า ไวน์ที่ผลิตจากต้นองุ่นดังกล่าวจะสามารถวางจำหน่ายภายใต้ชื่อพันธุ์องุ่นที่ได้รับการรับรองอยู่แล้ว อาทิ Pinot Noir, Riesling หรือพันธุ์องุ่นอื่น ๆ ได้หรือไม่
นาย Alessandro Monaco ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับอาหาร และนาย Tilman Reinhardt ผู้ร่วมวิจัย เห็นว่า การใช้ต้นองุ่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี NGTs ต้องเผชิญกับช่องว่างทางกฎหมาย เนื่องจากต้นองุ่นดังกล่าวมีลักษณะใกล้เคียงกับพันธุ์องุ่นเดิมอย่างมาก ซึ่งไม่อาจได้รับการรับรองเป็นพันธุ์ใหม่ตามกฎหมายของอียู ขณะเดียวกันก็ไม่อาจจัดเป็น “โคลน” (clone) ของพันธุ์เดิมได้ โดย “โคลน” หมายถึงต้นองุ่นที่คัดเลือกมาจากต้นองุ่นที่มีอยู่เดิม ขณะที่ต้นองุ่นที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี NGTs เกิดจากการตัดต่อยีนแบบจำเพาะ ส่งผลให้ไวน์ที่ผลิตจากต้นองุ่นดังกล่าวอาจตกอยู่ใน “พื้นที่สีเทา” ทางกฎหมาย และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถวางจำหน่ายภายใต้ชื่อพันธุ์องุ่นเดิมได้หรือไม่
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นาย Monaco และนาย Reinhardt เสนอให้กำหนดนิยามใหม่ของคำว่า “โคลน” (clone) ภายใต้กฎระเบียบของอียูว่าด้วยวัสดุขยายพันธุ์พืช (Plant Reproductive Material: PRM) นอกจากนี้ นาย Monaco เห็นว่า ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันในระยะยาว เนื่องจากการพัฒนาพันธุ์องุ่นต้องใช้เวลาหลายปี
เทคโนโลยี NGTs นับเป็นนวัตกรรมที่มีศักยภาพในการยกระดับความยั่งยืนและประสิทธิภาพของภาคการเกษตร อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยี NGTs มาใช้ในภาคส่วนดังกล่าวมีความท้าทายเฉพาะ เนื่องจากการรักษาชื่อพันธุ์องุ่นและการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อพันธุ์ที่ได้รับการรับรองถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของอัตลักษณ์และมูลค่าของผลิตภัณฑ์ไวน์ ดังนั้น แม้เทคโนโลยี NGTs จะมีศักยภาพในการพัฒนาการผลิตในภาคการเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ แต่การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในอุตสาหกรรมไวน์ยังจำเป็นต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ รวมถึงการรักษาอัตลักษณ์และขนบของอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมนวัตกรรม
-
อ้างอิง:
https://www.euractiv.com/news/eu-gene-editing-push-meets-thorny-wine-market-rules/
[1] Regulation (EU) 2026/1388 of the European Parliament and of the Council on plants obtained by certain new genomic techniques and their products, and amending Regulation (EU) 2017/625
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ