วันที่นำเข้าข้อมูล 28 เม.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 เม.ย. 2569
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2026 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติ (Guidance document) และเอกสารคำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (Packaging and Packaging Waste Regulation: PPWR) เพื่อสร้างความชัดเจนในทางปฏิบัติและเตรียมความพร้อมให้แก่ภาคธุรกิจและประเทศสมาชิก ก่อนที่กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2026 เป็นต้นไป
การจัดทำเอกสารชุดนี้มุ่งสร้างบรรทัดฐานการบังคับใช้กฎเกณฑ์ให้เป็นเอกภาพทั่วทั้งภูมิภาค โดยเน้นการตีความทางเทคนิคตามข้อเรียกร้องของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ แนวทางปฏิบัติดังกล่าวมีสถานะเป็นเอกสารประกอบเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น มิใช่การแก้ไขหรือเพิ่มเติมบทบัญญัติเดิมของกฎระเบียบว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) แต่อย่างใด ดังนั้น การพิจารณาข้อมูลจึงต้องอ้างอิงควบคู่กับตัวบทกฎหมายหลักที่มีผลบังคับใช้โดยตรงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องครบถ้วนตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แนวทางปฏิบัติที่เผยแพร่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศสมาชิกและผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ PPWR ได้อย่างสอดคล้องและชัดเจน ครอบคลุมหัวข้อสำคัญ ได้แก่
สำหรับขั้นตอนต่อไป เอกสารแนวทางปฏิบัตินี้จะได้รับการแปลเป็นภาษาทางการของสหภาพยุโรปทุกภาษา ก่อนการรับรองอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการฯ อยู่ระหว่างการเร่งจัดทำกฎหมายลำดับรอง (Delegated and implementing acts) เพื่อกำหนดมาตรฐานทางเทคนิคที่สำคัญ อาทิ รูปแบบการจดทะเบียนและการรายงานผลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน การติดฉลากคัดแยกขยะสำหรับผู้บริโภค เกณฑ์สัดส่วนวัสดุรีไซเคิล และเกณฑ์ความสามารถในการรีไซเคิล โดยจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกและภาคีคู่ค้าเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายหลังการเผยแพร่เอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าว ภาคธุรกิจในอียูได้แสดงความห่วงกังวลค่อนข้างมาก โดยเฉพาะระยะเวลาที่จำกัดก่อนที่ข้อกำหนดจะมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 และการที่เอกสารขาดองค์ประกอบหลายส่วนที่จำเป็นต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจอียู เช่น แนวทางการวัดระดับสารเคมี PFAS ที่เป็นเอกภาพในอียู แนวทางการประเมินการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (conformity assessment procedure) รายละเอียดการห้ามใช้บรรจุภัณฑ์บางประเภทภายใต้ Annex V ยังไม่ชัดเจน ตลอดจนกฎหมายลำดับรองที่ยังอยู่ระหว่างการจัดทำซึ่งจะกำหนดกฎเกณฑ์เกี่ยวกับความสามารถในการนำไปรีไซเคิล (recyclability) ซึ่งในชั้นนี้ เริ่มมีกระแสเรียกร้องให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมาย PPWR ด้วยแล้ว
การเผยแพร่แนวทางปฏิบัติฉบับนี้มิได้มีความสำคัญเฉพาะต่อผู้ประกอบการในสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อมูลจำเป็นสำหรับประเทศที่สามรวมถึงประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรป ในการปรับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบดังกล่าวที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 12สิงหาคม ค.ศ. 2026 นี้ โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องการจำกัดการใช้สาร PFAS และมาตรฐานการออกแบบเพื่อการรีไซเคิล ซึ่งจะเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกสินค้าเข้าสู่ตลาดสหภาพยุโรป ทั้งในด้านการบริหารจัดการข้อมูลในห่วงโซ่อุปทานและการปรับกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรป
อ้างอิง:
https://ec.europa.eu/commission/presscorner/detail/en/ip_26_664
Guidance document on Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) https://environment.ec.europa.eu/document/download/3d59ca88-539c-4b6b-a623-0f61068e853e_en?filename=Annex%20to%20the%20Communication%20to%20the%20Commission.pdf
Frequently Asked Questions (FAQs)
รูปภาพประกอบ