วันที่นำเข้าข้อมูล 28 เม.ย. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 29 เม.ย. 2569
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2026 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้เผยแพร่ร่างข้อเสนอกฎหมาย “EU Inc.” ว่าด้วยการจัดตั้งบริษัทใหม่ในอียูอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีเป้าหมายในการสร้างระบบกฎหมายบริษัทมาตรฐานเดียวที่ใช้ได้ทั่วทั้งสหภาพยุโรป (European Union: อียู) สอดรับกับความต้องการในการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันของอียู (EU competitiveness) และลดความซับซ้อนของกฎระเบียบในภูมิภาค
ภายใต้โครงสร้างปัจจุบัน ผู้ประกอบการในอียูต้องเผชิญกับรูปแบบบริษัทที่แตกต่างกันมากกว่า 60 ประเภท ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การขยายธุรกิจมีความล่าช้าและมีต้นทุนสูง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว EU Inc. จึงถูกนำเสนอในฐานะชุดกฎระเบียบนิติบุคคลรูปแบบใหม่ (single set of corporate rules) ที่กำหนดมาตรฐานเดียวกันและมีสภาพบังคับใช้ครอบคลุมทั่วทั้งอียู โดยมาตรการดังกล่าวมุ่งอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจในการจัดตั้ง การดำเนินงาน และการขยายตัวอย่างเป็นเอกภาพ โดยโครงสร้างนี้เป็นระบบทางเลือก (optional) ที่ขับเคลื่อนผ่านกระบวนการดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียนบริษัทได้ภายใน 48 ชั่วโมงผ่านระบบออนไลน์จากที่ใดก็ได้ในอียู ซึ่งจะช่วยขจัดปัญหาความยุ่งยากด้านกฎระเบียบข้ามพรมแดน พร้อมสร้างแรงจูงใจในการคงฐานการดำเนินงานไว้ภายในภูมิภาค และดึงดูดการลงทุนกลับสู่อียูอีกครั้ง
ทั้งนี้ EU Inc. เป็นเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “ระบอบที่ 28” (28th Regime) ซึ่งต้องการจัดตั้งกฎระเบียบด้านธุรกิจเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการในอียูอีกระบบหนึ่งนอกเหนือจากระบบของแต่ละประเทศสมาชิก 27 ประเทศ เพื่อให้บริษัทเลือกใช้กติกากลางชุดเดียวในการดำเนินธุรกิจทั่วอียู เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากความเป็นเอกภาพทางเศรษฐกิจของอียูได้อย่างสูงสุด โดยจุดเด่นที่สำคัญของ EU Inc. ได้แก่
การวางรากฐานทางกฎหมายของ “EU Inc.” ภายใต้มาตรา 114 แห่ง TFEU
การจัดทำข้อเสนอ EU Inc. ดำเนินการในรูปแบบระเบียบข้อบังคับ (Regulation) โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 114 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยการดำเนินงานของสหภาพยุโรป (TFEU) เป็นฐานกฎหมายหลัก ซึ่งเปิดช่องให้สภายุโรป (European Parliament) และคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (Council of the European Union) สามารถออกมาตรการเพื่อปรับประสานกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของประเทศสมาชิกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพและการดำเนินงานของตลาดภายใน (Internal market) ซึ่งศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปเคยมีคำวินิจฉัยรับรองว่าการใช้มาตรา 114 แห่งTFEU ว่ามาตราดังกล่าวได้มอบดุลพินิจให้แก่ฝ่ายนิติบัญญัติในการเลือกใช้กลไกทางกฎหมายที่เหมาะสมที่สุดตามบริบทและความจำเป็นของแต่ละกรณี
ในแง่ของยุทธศาสตร์ ข้อเสนอดังกล่าวมุ่งแก้ไขปัญหาความกระจัดกระจายของกฎหมายธุรกิจในภูมิภาคด้วยการริเริ่มรูปแบบนิติบุคคลมาตรฐานใหม่ที่เรียกว่า “EU Inc.” เข้าไปในระบบกฎหมายของทุกประเทศสมาชิก เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ก่อตั้งบริษัทและนักลงทุน โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างทางกฎหมายตลอดวงจรชีวิตของธุรกิจให้มีความยืดหยุ่นและเอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน การสร้างคุณลักษณะทางกฎหมายที่เป็นมาตรฐานเดียวกันนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยลดอุปสรรคจากการที่มีรูปแบบบริษัทระดับชาติที่แตกต่างกันถึง 27 รูปแบบ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนกลุ่มสตาร์ทอัพและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้สามารถขยายตัวข้ามพรมแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงยิ่งขึ้น
ความท้าทายเชิงโครงสร้างและเสียงสะท้อนจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อร่างข้อเสนอ EU Inc.
อย่างไรก็ดี แม้ข้อเสนอกฎระเบียบใหม่นี้จะมุ่งเน้นการสร้างความคล่องตัว แต่ถ้าหากพิจารณาถึงความสำเร็จในระยะยาวยังคงมีประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีกระแสความกังวลจากทั้งภาคแรงงานและภาคธุรกิจ โดยนาย Olivier Hoedeman จาก Corporate Europe Observatory ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความรวดเร็วของกระบวนการจัดตั้งบริษัทภายใต้ระบบ EU Inc. อาจลดทอนประสิทธิภาพในการตรวจสอบความโปร่งใสของนิติบุคคล และอาจกลายเป็นภัยคุกคามต่อ “โมเดลทางสังคม” ที่ยึดถือการสร้างสมดุลระหว่างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของแรงงานเป็นรากฐานสำคัญมาโดยตลอด
ในมิติของสิทธิแรงงาน องค์กรตัวแทนแรงงานได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อข้อเสนอที่อนุญาตให้บริษัทใช้สิทธิการถือหุ้น (share options) แทนการจ่ายค่าจ้างในรูปแบบปกติ โดยนาง Esther Lynch เลขาธิการสมาพันธ์สหภาพแรงงานยุโรป (ETUC) ระบุในแถลงการณ์ว่า การเสริมสร้างการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตไม่ควรถูกนำมาใช้สร้างความชอบธรรมให้การให้ค่าจ้างไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายตามระบบ EU Inc. มองว่าร่างข้อเสนอดังกล่าวยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในประเด็นการสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งสหภาพยุโรป เนื่องจากอำนาจการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงกระจายอยู่ที่ศาลในแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตีความกรอบกฎหมายที่แตกต่างกันถึง 27 รูปแบบ อันจะนำไปสู่ความไม่สอดคล้องกันของมาตรฐานกฎหมายในแต่ละประเทศ
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปได้เผยแพร่เอกสารที่ระบุถึงแนวทางข้อริเริ่มที่กำลังดำเนินการอยู่และแผนงานในอนาคตเพื่อเติมเต็มโครงสร้างของระบอบที่ 28 ให้มีความสมบูรณ์ครอบคลุมทุกมิตินโยบาย โดยเฉพาะการผลักดันระบบการติดต่อระหว่างภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐให้เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบเพื่อลดอุปสรรคทางเอกสารให้หมดไป
ในระยะต่อไป แผนงานดังกล่าวยังได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกพิจารณาจัดตั้งแผนกคดีพิเศษหรือศาลชำนาญพิเศษที่มีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับกฎหมายบริษัท EU Inc. โดยเฉพาะ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดทางเทคนิคกฎหมายและสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายที่สอดคล้องกันทั่วสหภาพยุโรป ทั้งนี้ เพื่อที่จะบรรลุข้อตกลงและประกาศใช้เป็นกฎหมายอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี ค.ศ. 2026
อ้างอิง:
https://www.france24.com/en/live-news/20260318-brussels-to-unveil-eu-inc-pan-european-company-status
รูปภาพประกอบ