คณะกรรมาธิการยุโรปเปิดตัวแพลตฟอร์มจัดหาแร่สำคัญ มุ่งกระจายแหล่งอุปทานและเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม

วันที่นำเข้าข้อมูล 19 มิ.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 19 มิ.ย. 2569

| 96 view

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้เปิดตัวแพลตฟอร์มจัดหาแร่สำคัญ ภายใต้ระบบ EU Energy and Raw Materials Platform ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของสหภาพยุโรปด้านการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญ โดยมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมความต้องการซื้อแร่สำคัญจากภาคอุตสาหกรรมในยุโรป เชื่อมโยงผู้ซื้อกับ supplier สถาบันการเงิน ผู้ลงทุน และผู้ให้บริการด้านการจัดเก็บวัตถุดิบ

 

การดำเนินงานของระบบ EU Energy and Raw Materials Platform

ระบบ EU Energy and Raw Materials Platform เป็นระบบแพลตฟอร์มกลางของสหภาพยุโรปสำหรับการจัดหาพลังงานและวัตถุดิบที่สำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม โดยแพลตฟอร์มนี้ช่วยรวบรวมความต้องการซื้อแร่และวัตถุดิบสำคัญจากผู้ประกอบการในยุโรป เพื่อเชื่อมโยงกับ supplier สถาบันการเงิน ผู้ลงทุน และผู้ให้บริการด้านคลังจัดเก็บอันเป็นการเพิ่มทางเลือกในการจัดหาและลดการพึ่งพาแหล่งอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด

โดยการดำเนินการของระบบดังกล่าวจะจัดเป็นรอบ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปจะเป็นผู้วางแผนและอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ ได้เปิดรับสมัครรอบแรก (Diversification Rounds) ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 และเปิดให้บริษัทที่สนใจลงทะเบียนได้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน2569 เพื่อมุ่งเน้นวัตถุดิบที่สามารถจัดหาได้ในทันที โดยเฉพาะแร่หายาก วัตถุดิบสำหรับแบตเตอรี่ และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งการดำเนินการของระบบดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 รอบหลัก ได้แก่

  • รอบการกระจายแหล่งจัดหา (Diversification Rounds) เปิดให้ผู้ซื้อในยุโรปรวบรวมความต้องการวัตถุดิบเพื่อค้นหาแหล่งอุปทานใหม่
  • รอบการพัฒนาโครงการวัตถุดิบ(Project Development Rounds) เปิดโอกาสให้โครงการวัตถุดิบสำคัญหรือโครงการที่ตั้งอยู่ในสหภาพยุโรปสามารถค้นหาผู้ซื้อ ผู้ลงทุน และพันธมิตรทางธุรกิจ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังช่วยเชื่อมโยงผู้ซื้อกับผู้ให้บริการด้านคลังจัดเก็บ เพื่อสนับสนุนการบริหารสต็อกและการสำรองวัตถุดิบ

 

เมื่อการดำเนินงานในแต่ละรอบเสร็จสิ้น ผลการจับคู่จะถูกแจ้งให้ผู้เข้าร่วมรับทราบ โดยคาดว่าผลการจับคู่ในรอบแรกจะประกาศในเดือนกันยายน 2569 ทั้งนี้ ระบบแพลตฟอร์มดังกล่าวใช้หลักการความสมัครใจและอิงกลไกตลาด กล่าวคือ บริษัทหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเลือกเข้าร่วมได้เองโดยไม่ได้เป็นมาตรการบังคับ และคณะกรรมาธิการยุโรปจะทำหน้าที่เพียงจัดระบบและอำนวยความสะดวกในการเชื่อมโยงผู้ซื้อกับ supplier เท่านั้น ส่วนการเจรจาราคา เงื่อนไขการซื้อขาย การทำสัญญา และการตัดสินใจทางธุรกิจยังคงเป็นเรื่องของคู่ค้าภาคเอกชนโดยตรง คณะกรรมาธิการยุโรปจะไม่แทรกแซงหรือกำหนดผลของการเจรจาดังกล่าว

 

ขอบเขตของวัตถุดิบที่ครอบคลุม

ระบบแพลตฟอร์มจัดหาแร่และวัตถุดิบสำคัญของสหภาพยุโรปครอบคลุมวัตถุดิบสำคัญทั้ง 17 รายการภายใต้กฎหมายว่าด้วยวัตถุดิบที่สำคัญของยุโรป (European Critical Raw Materials Act) ได้แก่ 1) บ็อกไซต์/อะลูมินา/อะลูมิเนียม 2) บิสมัท 3) โบรอนเกรดโลหะวิทยา 4) โคบอลต์ 5) ทองแดง 6) แกลเลียม 7) เจอร์เมเนียม 8) ลิเทียมเกรดแบตเตอรี่ 9)แมกนีเซียมโลหะ 10) แมงกานีสเกรดแบตเตอรี่ 11) กราไฟต์เกรดแบตเตอรี่ 12) นิกเกิลเกรดแบตเตอรี่ 13) โลหะกลุ่มแพลทินัม 14) แร่ธาตุหายากที่ใช้ในแม่เหล็กถาวรและแม่เหล็กถาวร15) ซิลิคอนโลหะ 16) ไทเทเนียมโลหะ และ 17) ทังสเตน

วัตถุดิบดังกล่าวล้วนมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมหลักของสหภาพยุโรป อาทิ อุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เซมิคอนดักเตอร์ การบินและอวกาศ ตลอดจนเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและการป้องกันประเทศ ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เปิดให้ผู้ซื้อจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปเข้าร่วม ขณะที่ซัพพลายเออร์ผู้จัดหาวัตถุดิบสามารถเข้าร่วมได้ทั้งจากภายในสหภาพยุโรปและจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

 

นัยต่อภาคธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน

ระบบแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจัดหาวัตถุดิบสำคัญให้แก่ผู้ซื้อในสหภาพยุโรป โดยเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถรวบรวมความต้องการจัดซื้อร่วมกัน เพื่อเข้าถึงแหล่งอุปทานใหม่และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาซัพพลายเออร์รายเดิมหรือแหล่งจัดหาที่กระจุกตัวมากเกินไป ขณะเดียวกัน ซัพพลายเออร์วัตถุดิบทั้งจากยุโรปและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ผลิตรายย่อยหรือโครงการเหมืองแร่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จะมีช่องทางในการเข้าถึงตลาดยุโรป ผู้ซื้อรายใหญ่ สถาบันการเงิน และเกิดพันธมิตรทางธุรกิจได้ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงรับซื้อระยะยาว การระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงการ และการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตวัตถุดิบกับอุตสาหกรรมปลายทาง 

 

นัยต่อประเทศไทย

สำหรับประเทศไทย พัฒนาการของสหภาพยุโรปในการจัดหาแร่สำคัญสะท้อนให้เห็นว่า แร่และวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน ไทยมีศักยภาพด้านทรัพยากรแร่ธาตุหายากและแร่สำคัญบางประเภท ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ทังสเตน ที่เป็นที่ต้องการของยุโรป[1]

ไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการสำรวจและจัดทำข้อมูลแหล่งแร่ภายในประเทศให้ชัดเจน ทั้งในด้านชนิด ปริมาณ คุณภาพ พื้นที่ที่พบ และความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ประโยชน์เชิงอุตสาหกรรม เพื่อใช้ประกอบการวางนโยบาย การพิจารณาความร่วมมือกับต่างประเทศ และการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของทรัพยากรอย่างรอบคอบ อย่างไรก็ดี การพัฒนาแร่สำคัญควรดำเนินควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านการอนุญาต การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชน การตรวจสอบย้อนกลับของแหล่งที่มา ตลอดจนการส่งเสริมการแปรรูปวัตถุดิบภายในประเทศได้  นอกจากนี้ การจัดตั้งระบบ EU Energy and Raw Materials Platform เป็นช่องทางในการส่งออกแร่และวัตถุดิบสำคัญของไทยไปอียูเช่นกัน โดยผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนได้ทางเว็บไซต์ https://energy-platform.ec.europa.eu/raw-materials

 

-

อ้างอิง:

https://energy-platform.ec.europa.eu/raw-materials

https://procurementmag.com/news/eu-supporting-critical-minerals-procurement

 

[1] ข้อมูลกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (DPIM) ระบุว่าไทยมีทรัพยากรทังสเตนในหลายจังหวัด ซึ่เป็นโลหะยุทธศาสตร์ที่ใช้มากในอุตสาหกรรมหนัก อาทิ โลหะผสมและเครื่องมือตัด อุตสาหกรรมอาวุธและการป้องกันประเทศ อุปกรณ์ไฟฟ้า–อิเล็กทรอนิกส รวมถึงใช้เป็นโลหะผสมพิเศษ ใช้ในเครื่องยนต์ การบินและอวกาศ

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ