กรอบกฎหมายว่าด้วยเทคนิคจีโนมแบบใหม่ (New Genomic Techniques: NGTs) เริ่มมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ

วันที่นำเข้าข้อมูล 30 ก.ย. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 30 ก.ย. 2569

| 9 view

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 กฎหมายว่าด้วยเทคนิคจีโนมแบบใหม่ของอียู (New Genomic Techniques: NGTs)[1] มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ภายหลังสภายุโรปให้ความเห็นชอบขั้นสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา กฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมส่งเสริมนวัตกรรม ความยั่งยืน และความสามารถในการแข่งขันด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช ทั้งนี้ ข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเริ่มนำมาปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2571 เป็นต้นไป

 

1. ข้อกำหนดสำคัญของกรอบกฎหมาย NGT ใหม่ กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดแบ่งพืช NGT ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

  • พืช NGT-1 ซึ่งมีลักษณะเทียบเท่ากับพืชที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือการปรับปรุงพันธุ์แบบดั้งเดิม จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับพืชทั่วไป และไม่เข้าข่ายการใช้กฎหมายว่าด้วยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMO)
  • พืช NGT-2 ซึ่งมีการปรับปรุงพันธุ์ที่ซับซ้อนหรือมีลักษณะเสี่ยง เช่น ความทนทานต่อสารกำจัดวัชพืช หรือการสร้างสารที่มีฤทธิ์กำจัดแมลง จะยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย GMO อย่างเต็มรูปแบบ กล่าวคือ จะต้องผ่านกระบวนการประเมินความเสี่ยงในฐานะสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ซึ่งรวมถึงการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวยังได้ระบุข้อกำหนดอื่น ๆ อาทิ 1) การตรวจสอบย้อนกลับและการติดฉลาก โดยพืช NGT-2 ยังคงต้องมีกระบวนการตรวจสอบรับรองและการติดฉลากอย่างครบถ้วน ขณะที่พืช NGT-1 จะต้องขึ้นทะเบียนไว้ในระบบข้อมูลของอียูเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ 2) พืชอินทรีย์ ซึ่งไม่อนุญาตให้ใช้เทคนิค NGT ในการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ และ 3) สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิบัตร โดยเทคนิค NGT สามารถจดสิทธิบัตรได้ เว้นแต่ในส่วนของลักษณะ/ลำดับ  (traits or sequences) ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีการทางชีวภาพ

 

2. มุมมองและข้อถกเถียงต่อพืช NGT ในอียู

กรอบกฎหมายดังกล่าวได้รับความสนใจจากนักวิจัยในหลายประเทศของอียู อาทิ เบลเยี่ยม อิตาลี สเปน และสวีเดน โดยสำนักข่าว Euractiv ได้รายงานเกี่ยวกับการทดลองข้าวโพดในแปลงทดลองของ Hilde Nelissen นักเทคโนโลยีชีวภาพด้านพืช ซึ่งมีมุมมองสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี NGTs การทดลองดังกล่าวใช้เทคโนโลยีดัดแปลงพันธุกรรมCRISPR-Cas9 หรือที่รู้จักในนามว่า “กรรไกรโมเลกุล” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถตัดต่อ DNA ได้อย่างแม่นยำ Nelissen ระบุว่า ข้าวโพดทั่วไปในแปลงควบคุมได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและความผันผวนของอุณหภูมิ จนทำให้มีสีเหลืองซีด ในขณะที่ข้าวโพดที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมสามารถรับมือกับสภาพอากาศในลักษณะเดียวกันได้ดีกว่า

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาพืชด้วยเทคนิค NGTs ในอียูยังเผชิญกับข้อถกเถียงจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวบางส่วน ซึ่งมองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและรูปแบบการเกษตรแบบดั้งเดิม โดยในปี 2554 กลุ่ม Field Liberation Movement ได้บุกทำลายแปลงทดลองมันฝรั่ง GMO ของมหาวิทยาลัย Ghent ประเทศเบลเยียม ขณะที่แปลงทดลองของ Nelissen เคยถูกบุกรุกเช่นกัน แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้พืชทดลองได้รับความเสียหาย แต่กรณีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้อียูจะปรับกรอบกฎหมายเพื่อเอื้อต่อการใช้เทคโนโลยี NGTs มากขึ้น แต่การสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับต่อเทคโนโลยีดังกล่าวในสังคมยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาควบคู่กัน

 

3. ประเด็นสิทธิบัตรยังคงเป็นข้อถกเถียงสำคัญ

นอกเหนือจากข้อถกเถียงด้านผลกระทบต่อระบบนิเวศและการยอมรับของสังคมแล้ว ประเด็นด้านสิทธิบัตรยังเป็นอีกหนึ่งข้อถกเถียงสำคัญของพืช NGT กล่าวคือ การผ่อนคลายข้อกำหนดจะเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำพืชตัดต่อพันธุกรรมที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น มีความทนทานต่อภัยแล้งหรือศัตรูพืช ออกวางจำหน่ายได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคัดค้านกังวลว่า คุณสมบัติบางประการที่ได้รับการจดสิทธิบัตรอาจเป็นคุณสมบัติที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ ซึ่งอาจเพิ่มอำนาจของบริษัทเกษตรรายใหญ่และสร้างข้อจำกัดต่อเกษตรกรหรือผู้ปรับปรุงพันธุ์รายย่อยได้ ขณะที่นาง Nelissen เห็นว่าสิทธิบัตรมีความจำเป็นต่อการส่งเสริมนวัตกรรม เนื่องจากช่วยสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาได้

 

โดยสรุป กรอบกฎหมายดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยีจีโนมใหม่ในภาคเกษตร ควบคู่กับการกำหนดหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยและการคุ้มครองผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 (20 วันภายหลังการประกาศใน Official Journal ของอียู) โดยข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเริ่มนำมาปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2571 เป็นต้นไป

 

-

อ้างอิง:

https://www.euractiv.com/news/behind-the-fence-europes-race-for-gene-edited-crops/?utm_source=euractiv&utm_medium=newsletter&utm_content=Zone+2&utm_term=0-0&utm_campaign=PRO_Agrifood

https://agrithai.be/regulation/สหภาพยุโรปออกกฎหมายใหม/

 

[1] Regulation (EU) 2026/1388 of the European Parliament and of the Council of 17 June 2026 on plants obtained by certain new genomic techniques and their products, and amending Regulation (EU) 2017/625 https://eur-lex.europa.eu/eli/reg/2026/1388/oj/eng

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ