อียูรับรองกฎระเบียบ FDI Screening ฉบับใหม่
วันที่นำเข้าข้อมูล 5 ส.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 5 ส.ค. 2569
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 คณะมนตรีแห่งอียู (The Council of the European Union) ได้รับรองกฎระเบียบว่าด้วย FDI screening framework ของอียูฉบับใหม่[1] เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของอียูในการรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงและเสถียรภาพที่อาจเกิดจากการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI)
ความเป็นมา: เหตุใดต้องมีกฎระเบียบ FDI screening framework ฉบับใหม่
ในปี 2562 อียูได้ประกาศใช้กฎระเบียบว่าด้วย EU FDI screening framework(Regulation (EU) 2019/452) เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการจัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อรักษาความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ของอียูจากการลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบดังกล่าวไม่ได้กำหนดมาตรฐานหรือข้อกำหนดร่วมสำหรับระบบ FDI screening ของประเทศสมาชิก ส่งผลให้แต่ละประเทศสมาชิกยังคงมีอิสระในการกำหนดขอบเขต หลักเกณฑ์ และกระบวนการ FDI screening ของตนเอง ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงเสนอร่างกฎระเบียบฉบับใหม่เมื่อเดือนมกราคม 2567 ซึ่งต่อมาได้รับการแก้ไขและผ่านความเห็นชอบจากทั้งสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งอียูแล้ว
สาระสำคัญของกฎระเบียบฉบับใหม่
กฎระเบียบฉบับใหม่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องจัดให้มีกลไก FDI screening โดยกำหนดขอบเขตการลงทุนให้ครอบคลุมภาคส่วนสำคัญ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ (อาทิ ยุทโธปกรณ์ทางทหารและสินค้าที่ใช้ได้สองทาง วัตถุดิบที่สำคัญ ปัญญาประดิษฐ์ พลังงาน การขนส่ง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล) รวมถึงการลงทุนที่ดำเนินการผ่านบริษัทที่จัดตั้งอยู่ในอียู (EU-based subsidiaries) ทั้งนี้ อำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการตรวจสอบการลงทุนยังคงเป็นของประเทศสมาชิก
นอกจากนี้ กฎระเบียบดังกล่าวยังเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและคณะกรรมาธิการยุโรป เพิ่มความโปร่งใสและความสอดคล้องของกระบวนการ FDI screening ในแต่ละประเทศ ลดความซับซ้อนของขั้นตอนสำหรับนักลงทุนและหน่วยงานภาครัฐ ตลอดจนกำหนดเครื่องมือใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและป้องกันการหลีกเลี่ยงข้อกำหนดของกฎระเบียบดังกล่าว
ระเบียบข้อบังคับฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ 20 วันนับจากวันประกาศใน Official Journal ของอียู โดยจะมีผลใช้บังคับอย่างเต็มรูปแบบภายในระยะเวลา 18 เดือนนับแต่วันที่ระเบียบข้อบังคับมีผลบังคับใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกปรับปรุงกฎหมายและกลไกFDI screening ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่
สำหรับประเทศไทย มูลค่าการลงทุน FDI ของไทยในอียูในปี 2567 อยู่ที่ 4.8 พันล้านยูโร สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยยังคงลงทุนในอียูในระดับที่มีนัยสำคัญ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่มีแผนลงทุนหรือขยายการลงทุนในอียู โดยเฉพาะในภาคส่วนที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบฉบับใหม่นี้ จึงควรติดตามการปรับปรุงกฎหมายและแนวทางการบังคับใช้ของประเทศสมาชิกแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการดำเนินธุรกิจและการลงทุนต่อไป
-
อ้างอิง:
[1] https://data.consilium.europa.eu/doc/document/PE-10-2026-INIT/en/pdf
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบ