คณะกรรมาธิการยุโรปเผยผลตรวจสอบระบบควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ของบราซิล เปิดทางฟื้นฟูการนำเข้าเนื้อไก่และน้ำผึ้ง

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 ต.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 ต.ค. 2569

| 12 view

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ รายงานผลการตรวจสอบระบบควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพในสัตว์ของบราซิล[1](Final Report of an Audit of Brazil) โดยสรุปว่า ระบบควบคุมดังกล่าวสามารถให้หลักประกันการปฏิบัติตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป (อียู) สำหรับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและน้ำผึ้งไปยังอียูได้ จึงเปิดทางให้มีการพิจารณาอนุญาตให้บราซิลกลับมาส่งออกสินค้าทั้งสองประเภทไปยังอียูอีกครั้ง หลังจากอียูระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางประเภทของบราซิลตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

 

ความเป็นมา: อียูระงับการนำเข้าสินค้าจากบราซิล เนื่องจากบราซิลยังไม่สามารถให้หลักประกันตามข้อกำหนดของอียูได้อย่างเพียงพอ

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 บราซิลถูกถอดจากบัญชีรายชื่อประเทศที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของอียูว่าด้วยการใช้ยาต้านจุลชีพ (rules on the use of antimicrobial substances) เนื่องจากบราซิลยังไม่สามารถแสดงหลักประกันที่เพียงพอในการปฏิบัติตามมาตรฐานอียู ซึ่งมีมาตรการห้ามใช้ยาต้านจุลชีพเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตหรือเพิ่มผลผลิตในสัตว์ รวมถึงห้ามใช้ยาต้านจุลชีพกลุ่มที่สงวนไว้สำหรับการรักษาในมนุษย์ ส่งผลให้เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศระงับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์จากบราซิลอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมเนื้อสัตว์ปีก เนื้อวัว ไข่ น้ำผึ้ง และไส้สำหรับบรรจุไส้กรอก โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2569 เป็นต้นมา (สามารถอ่านข่าวเรื่อง “อียูระงับการนำเข้าเนื้อวัวและเนื้อสัตว์ปีกจากบราซิล” เพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์สถานเอกอัครราชทูตฯ หัวข้อ “กรองยุโรปเพื่อไทยก้าวไกลใน EU” หรือ https://shorturl.at/WSsqj)

 

ผลการตรวจสอบระบบควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพของบราซิล

ในระหว่างวันที่ 24 สิงหาคม - 4 กันยายน 2569 คณะผู้ตรวจสอบของคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร (DG SANTE) ได้ตรวจประเมินระบบควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพของบราซิลสำหรับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและน้ำผึ้งไปยังอียู โดยผลปรากฏว่า บราซิลมีระบบควบคุมที่เป็นไปตามข้อกำหนดของอียู ทั้งในด้านกรอบกฎหมาย ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนระบบการตรวจกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ ซึ่งครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ระดับฟาร์มจนถึงโรงฆ่าสัตว์ ส่งผลให้ระบบดังกล่าวสามารถใช้รับรองการปฏิบัติตามข้อกำหนดของอียูได้ ทั้งนี้ หากตรวจพบหรือมีเหตุสงสัยว่า มีการใช้ยาต้านจุลชีพต้องห้าม สินค้าในล็อตดังกล่าวจะถูกตัดออกจากกระบวนการส่งออกไปยังอียูทันที และฟาร์มที่เกี่ยวข้องจะถูกระงับสิทธิการส่งออกไปยังตลาดอียูเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

 

อียูอาจพิจารณาอนุญาตนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและน้ำผึ้งจากบราซิลอีกครั้ง

จากผลการตรวจประเมินข้างต้น คณะกรรมาธิการยุโรปอาจเสนอปรับแก้ไขรายชื่อประเทศที่ได้รับอนุญาตส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์มายังอียู เพื่อให้บราซิลสามารถกลับมาส่งออกเนื้อสัตว์ปีกและน้ำผึ้งได้อีกครั้ง ทั้งนี้ การปรับแก้บัญชีดังกล่าวจะต้องผ่านการลงมติจากประเทศสมาชิกอียูก่อน โดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องมีกำหนดจัดประชุมร่วมกันในวันที่ 20 - 21 ตุลาคม และ 16 - 17 พฤศจิกายน 2569

สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อวัว คาดว่าจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปยังอียูจนกว่าจะถึงปี 2571 เนื่องจากวงรอบการเลี้ยงโคตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเข้าโรงฆ่าสัตว์ใช้ระยะเวลานานกว่าสัตว์ปีก ทำให้ต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการตรวจประเมินและรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างถี่ถ้วน

 

-

อ้างอิง:

- https://agenceurope.eu/en/bulletin/article/13947/3/brazilian-chicken-european-commission-audit-paves-way-for-resuming-exports-to-eu

- https://www.rapporteur.com/news/brussels-audit-clears-path-for-brazilian-chicken-exports-to-resume/?utm_source=eac&utm_medium=linkedin&utm_campaign=euractiv

 

 

 

[1]Final Report of an Audit of Brazil Carried Out from 24 August to 4 September 2026 in Order to Evaluate Compliance with the Prohibition of Use of Certain Antimicrobials in Animals and Animal Products for Export to the EUhttps://share.google/YzEnIsCelyq6HHrvN

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ